วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ภาพกิจกรรมภาคสนามโครงการวิจัย

โครงการวิจัยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริการของเทศบาลตำบลลานสกา


จัดทำวิจัยเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริการของเทศบาล มีอยู่ 4 กอง ด้วยกัน
1. กองสาธารณสุข
2. กองช่าง
3. กองการศึกษา
4. กองพัฒนาชุมชน

วิจัยที่สนใจ

เรื่องที่สนใจที่จะทำวิจัย : การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นฯ
มูลเหตุอันจำเป็นที่ต้องมีการพัฒนาหลักสูตรสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น มาจาก
1. การพัฒนาหลักสูตรระดับชาติเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
2. หลักสูตรระดับชาติหรือหลักสูตรแม่บทกำหนดจุดมุ่งหมาย และเนื้อหาสาระกว้าง
ประสบการณ์บางอย่างอาจไม่สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น
3. เปิดโอกาสให้สามารถนำทรัพยากรท้องถิ่นโดยเฉพาะภูมิปัญญาพื้นบ้านมาใช้ประโยชน์
เพื่อเสริมสร้างความรักและความผูกพันกับท้องถิ่นของตน
4. ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจท้องถิ่นของตนเอง ตลอดจนได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนา
ท้องถิ่นมีความรักและผูกพันกับท้องถิ่นของตน
ในการจัดทำสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เพื่อเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้เรียนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาชีพ เศรษฐกิจ สังคม ตามเจตนารมณ์เน้น มีจุดเน้นสำคัญ 3 ประการ คือ
1. เนื้อหาสาระเป็นเรื่องราวของท้องถิ่นที่จะกำหนดให้นักเรียนได้เรียนรู้ ควรเจาะลึกและ
มากพอที่จะช่วยให้มีความรู้ความเข้าใจ จนสามารถแก้ปัญหาและพัฒนาความเป็นอยู่ สุขภาพ เศรษฐกิจสังคมของตนและท้องถิ่นให้ดีขึ้นได้ ทั้งช่วยให้มีความรักถิ่นและไม่คิดอพยพหนีไปจากบ้านเกิด
2. กระบวนการเรียนการสอน เปิดโอกาสให้นักเรียนออกไปเรียนรู้ชีวิตจริงในท้องถิ่น
เพื่อให้มีประสบการณ์ตรง ได้พบเห็น ได้สัมผัส ได้กระทำจริง และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น
3. กระบวนการเรียนการสอน มุ่งใช้ทรัพยากรท้องถิ่นเข้ามาช่วยอย่างใกล้ชิด

ลานสกาเมืองน่าอยู่




การทำเว็บไซต์เรื่องลานสกาเมืองน่าอยู่เพื่อต้องการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมเมืองลานสกา ที่ได้ฉายาเรื่องอากาศบริสุทธิ์อันดับหนึ่งของเมืองไทย สิ่งที่น่าภูมิใจสำหรับคนลานสกาและชาวนครศรีธรรมราช ทุกวันนี้คนในเมืองกรุงก็อยากจะใช้ชีวิตแบบชนบทหันมาซื้อที่ในอำเภอลานสกากันมาก เพื่อใช้ชีวิตในแก่เฒ่า เพื่อให้สุขภาพที่ดี บรรยากาศดี ทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ น้ำใส คนลานสกาใจดี มีน้ำใจ เป็นวิถีชีวิตแบบบ้านๆ และมีสถานที่ท่องเที่ยว เช่น หมู่บ้านคีรีวง น้ำตกกะโรม ถ้ำน้ำศรีธรรมโศกราช เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การแก้ปัญหาขยะอย่างมีส่วนร่วม

ขยะในโรงเรียนและในชุมชนบ้านร่อน
โรงเรียนบ้านร่อนตั้งอยู่มนชุมชนบ้านร่อน หมู่ที่ 4 ต.เขาแก้ว อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เคยมีปัญหาจากขยะในโรงเรียน ขยะจากครัวเรือนที่ไม่มีการบริหารจัดการอย่างถูกวิธี ต่างทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงสู่ลำคลองกะโรม(คลองโหรม)และคลองสานขุน เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค รวมทั้งนำเศษขยะพลาสติก ขยะมีพิษไปเผา สร้างปัญหามลพิษทางอากาศให้กับสิ่งแวดล้อม

ต่อมา ประมาณปี 2547 โรงเรียนบ้านร่อนได้ประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)เขาแก้ว องค์กรต่างๆ บุคลกากรแกนนำ ตลอดถึงมีบัณฑิตอาสา ร่วมกันผิดชอบดูแลการแก้ไขปัญหาขยะ โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของชุมชน

หลังจากนั้นมีการรณรงค์ โดยการเขียนป้ายประกาศเชิญชวน เดินรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ด้วยวิธีการต่างๆอย่างหลากหลายวิธี เชื่อมโยงบูรณาการการเรียนรู้สู่ห้องเรียน ร่วมกันแบ่งงานรับผิดชอบ ต่อเนื่องสมำเสมอ พัฒนาเรื่อยมาตามลำดับ ส่งผลให้ปริมาณขยะในชุมชนลดปริณลงตามลำดับ เกิดธนาคารขยะ รีไซเกิล ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลระดับจังหวัด ระดับภาค ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ตามลำดับ

แนวทางการแก้ปัญหาขยะของโรงเรียนและชุชนเริ่มต้นจากแนวคิดที่ว่าชุมชนบ้านร่อน เป็นชุมชนที่เป็นป่าต้นนำ (นำตกกะโรม)สร้างจิตสำนึกรักป่าต้นนำและรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนเพื่อสุขภาวะ ต้องร่วมแก้ปัญหาแบบร่วมมือกัน มีการจัดเวทีประชุม เพื่อให้ชุมชนได้รับรู้ปัญหา และใช้โอกาสนี้เสนอความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การแก้ไขร่วมกัน พร้อมจัดตั้งแกนนำหรืออาสาสมัครสร้างความเข้มแข็งในชุมชน ซึ่งจากการทำเวทีประชาคมหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดแนวคิดที่หลากหลาย โดยเริ่มจากการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ทุกครัวเรือนคัดแยกขยะก่อน โดยแยกเป็นขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะพลาสติก ขยะขายได้ และขยะอันตราย ก่อนนำไปกำจัด หรือนำไปสร้างสรรค์งานประดิษฐ์สร้างรายได้ระหว่างเรียน และอื่นๆ

คาดหวังว่า ต่อไปนี้การจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมจากโรงเรียนสู่ชุมชน จะพัฒนการคัดแยะขยะให้เป็นศูนย์ หมายถึงคัดแยกขยะทุกชิ้น ทุกชนิดนำไปทำประโยช์ต่อให้ได้มากที่สุด ลด ละ และเลิก โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกฝาย ยังคงเชื่อมโยงเป็นบทเรียนบูรณาการสู่ห้องเรียน "อ่าน เขียน เรียนชีวิตผ่านการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม"เพิ่อคุณธรรมสู่คุณภาพของชีวิต "ดี" "เก่ง" "มีสุข"

ลานสกาเมืองน่าอยู่

http://sites.google.com/site/lansakacity/

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เรื่องที่สนจัย

ที่สนใจทำวิจัยเรื่องกองทุนหมู่บ้าน เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวและทำอยู่ด้วยจึงอยากหาความรู้เพิ่มเติม

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สวนสมรม(ต่อ)

สวนสมรม

สวนสมรม หรือสมลม เป็นคำภาษาถิ่น หมายถึง สวนขนาดเล็ก ที่ปลูกผสมปนเปกันของผลไม้นานาชนิด ไม่มีการแยกแปลงแยกชนิด อาศัยธรรมชาติให้เกื้อกูลกันเอง นับเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านอย่างแท้จริง เพราะผลไม้แต่ละชนิดออกผลผลิตไม่พร้อมกัน ทำให้เจ้าของสวนสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ทั้งปี และช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดด้วย ในสวนสมรมจะมีผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น ทุเรียน มังคุด ลางสาด จำปาดะ หมาก สะตอ ลูกเนียง ฯลฯ
ชาวลานสกาส่วนใหญ่ตั้งบ้านเรือนกระจัดกระจายตามบริเวณที่ราบเชิงเขา(เทือกเขานครศรีธรรมราช) เช่น บ้านคีรีวง บ้านเขาแก้ว บ้านลานสกาใน บ้านท่าดี และบ้านขุนทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ ที่เรียกกันว่าสวนสมรม ในสวนหนึ่ง ๆเราอาจจะพบมังคุดและลางสาดอยู่ใต้ต้นทุเรียน ต้นมะพร้าว หรือจำปาดะ ใกล้ ๆกันจะพบต้นหมากสลับต้นลูกเนียง มีต้นเหรียง ต้นสะตอ กอระกำอยู่ข้างขนำ บางสวนยังมีไม้ใหญ่ เช่น ตะเคียน จำปา ในระยะหลัง ๆบริเวณที่ราบจะมีการปลูกผลไม้แยกเฉพาะกันบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสวนมังคุด ลองกอง แต่ก็ยังมีผลไม้อื่นปนอยู่บ้าง
จากลักษณะดังกล่าวทำให้ชาวบ้านสามารถเก็บผลผลิตได้ทุกปี เพราะถ้าหากอย่างหนึ่งไม่ออกผล อีกอย่างหนึ่งจะให้ผลแทน เช่น ปีนี้มังคุดไม่เป็นลูก ก็ขายหมากแทน หรือมังคุดราคาถูก ก็ได้ขายจำปาดะในราคาดี ซึ่งชาวบ้านบอกว่า ถ้าปลูกพืชชนิดเดียวกันทั้งหมดก็อาจไม่มีผลผลิตออกขายได้ เพราะการทำสวนของชาวลานสกาทำโดยอาศัยธรรมชาติ เป็นการทำกันมาตามบรรพบุรุษ ซึ่งนักเกษตรรุ่นใหม่เรียกว่า เกษตรแบบผสมผสาน เกษตรธรรมชาติ หรือเกษตรธาตุสี่ แต่ชาวบ้านลานสกายังเรียกว่า “สวนสมรม”
การทำสวนสมรมในปัจจุบันก็เริ่มมีปัญหาเหมือนกัน เพราะชาวบ้านจะปลูกผลไม้กันแน่นจนเกินไป ต้นหนึ่งตายไปก็ปลูกแทนเสียสองต้น อีกอย่างหนึ่งคือมักปลูกตามกัน เช่น หากมังคุดราคาดี ก็เอามังคุดปลูกไว้ใต้ต้นตอ ไม่มีการวางแผน ทำให้การเจริญเติบโตช้า ผลผลิตต่ำ และที่สำคัญคือ ขาดการพัฒนา วิจัย อย่างถูกหลักวิชาการ

e-book เรื่องมารู้จักคอมพิวเตอร์

จะแนะนำให้รู้จักกับสวนประกอบของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น อาร์ดดิสก์ แรม ซีพียู เมนบอร์ด ซอฟแวร์ โปรแกรม และการติดตั้งโปรแกรม และการติดตั้ง ไดว์เวอร์ต่างๆ

ระบบฮาร์ดดิสค์แตกต่างกับแผ่นดิสเกตต์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีจำนวนหน้าสำหรับเก็บบันทึก ข้อมูลมากกว่าสองหน้า นอกจากระบบฮาร์ดดิสค์จะเก็บบันทึกข้อมูลเหมือนแผ่นดิสเกตต์ยังเป็นส่วน ที่ใช้ในการอ่านหรือเขียนบันทึกข้อมูลเหมือนช่องดิสค์ไดรฟ์
แผ่นจานแม่เหล็กของฮาร์ดดิสค์ จะมีความหนาแน่นของการจุข้อมูลบนผิวหน้าได้สูงกว่าแผ่น ดิสเกตต์มาก เช่น แผ่นดิสเกตต์มาตราฐานขนาด 5.25 นิ้ว ความจุ 360 กิโลไบต์ จะมีจำนวนวงรอบ บันทึกข้อมูลหรือเรียกว่า แทร็ก(track) อยู่ 40 แทร็ก กรณีของฮาร์ดดิสค์ขนาดเดียวกันจะมีจำนวน วงรอบสูงมากกว่า 1000 แทร็กขึ้นไป ขณะเดียวกันความจุในแต่ละแทร็กของฮาร์ดดิสค์ก็จะสูงกว่า ซึ่งประมาณได้ถึง 5 เท่าของความจุในแต่ละแทร็กของแผ่นดิสเกตต์
เนื่องจากความหนาแน่นของการบันทึกข้อมูลบนผิวแผ่นจานแม่เหล็กของฮาร์ดดิสค์สูงมาก ๆ ทำให้หัวอ่านและเขียนบันทึกมีขนาดเล็ก ตำแหน่งของหัวอ่านและเขียนบันทึกก็ต้องอยู่ในตำแหน่ง ที่ใกล้ชิดกับผิวหน้าจานมาก โอกาสที่ผิวหน้าและหัวอ่านเขียนอาจกระทบกันได้ ดังนั้นแผ่นจานแม่ เหล็กจึงควรเป็นแผ่นอะลูมิเนียมแข็ง แล้วฉาบด้วยสารแม่เหล็ก
ฮาร์ดดิสค์จะบรรจุอยู่ในกล่องโลหะปิดสนิท เพื่อป้องสิ่งสกปรกหลุดเข้าไปภายใน ซึ่งถ้าต้อง การเปิดออกจะต้องเปิดในห้องเรียก clean room ที่มีการกรองฝุ่นละออกจากอากาศเข้าไปในห้อง ออกแล้ว ฮาร์ดดิสค์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันเป็นแบบติดภายในเครื่องไม่เคลื่อนย้ายเหมือนแผ่นดิสเกตต์ ดิสค์ประเภทนี้อาจเรียกว่า ดิสค์วินเชสเตอร์(Winchester Disk)
ฮาร์ดดิสค์ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็ก(platters) สองแผ่นหรือมากกว่ามาจัด เรียงอยู่บนแกนเดียวกันเรียก Spindle ทำให้แผ่นแม่เหล็กหมุนไปพร้อม ๆ กัน จากการขับเคลื่อน ของมอเตอร์ด้วยความเร็ว 3600 รอบต่อนาที แต่ละหน้าของแผ่นจานจะมีหัวอ่านเขียนประจำเฉพาะ โดยหัวอ่านเขียนทุกหัวจะเชื่อมติดกันคล้ายหวี สามารถเคลื่อนเข้าออกระหว่างแทร็กต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

แจ้งให้นักศึกษา ป.โท ทราบ

วันเสาร์ที่ 22 ไม่มีการเรียน วันอาทิตย์ที่ 23 เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ของอาจารย์หัสชัย

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

'สนใจงานที่วิจัย
การจัดการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ชุมชนคีรีวง
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาถึงการจัดการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ชุฃนบ้านคีรีวง
2. เพื่อศึกษาถึงการพัฒนาที่ผ่านและศึกษาด้านประวัติศาสตร์ของชุมฃนคีรวง
3. เพื่อศึกษาการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อสู่มาตรฐานเรื่องการจัดการท่องเมี่ยวของชุมชน

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552


วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2552 ไม่มีการเรียนการสอน จึงนัดเพื่อนนักเรียนในห้องมาร่วมทำงานกันในการทำ e-book เพื่อส่งอาจารย์หัสชัย วิชาคอมพิวเตอร์ ศึกษาทำความเข้าใจในการใช้โปรแกรม และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แนะนำปรึกษาหารือ ทำรูปแบบ e-book ให้ดูสวยงาม และหาเนื้อหาสาระต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปเชื่อมโยงหลายมิติ และบันทึกเป็น html ต่อไป

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552

รายงานการวิจัย การทำเครื่องแกงบ้านลำนาว

รายงานการวิจัย โดย ศดิส แนมใส ป.โท
บทนำ
เครื่องแกงเป็นส่วนประกอบหลักในการปรุงอาหารซึ่งขาดไม่ได้เลยสำหรับชาวปักษ์ใต้ ในอดีตทุกครัวเรือนจะใช้วิธีการตำเครื่องแกง แต่ในสภาวะปัจจุบันต้องมีภาระในการทำงานนอกบ้าน เพื่อหารายได้ให้กับครอบครัวจึงส่งผลให้ไม่มีเวลาในการจัดเตรียมเครื่องปรุง เครื่องแกงสำเร็จรูปจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เพิ่มความสะดวกสบายและประหยัดเวลาให้แก่แม่บ้านในการปรุงอาหารกลุ่มแม่บ้านวังทองหมู่ที่4ตำบลบ้านลำนาว อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำเครื่องแกงขึ้นมาและเป็นที่นิยมของคนในชุมชนและนอกชุมชนแต่การผลิตในปัจจุบัน ยังประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ต้องมีการนำเข้าจากภายนอกชุมชนในราคาสูง คุณภาพของวัตถุดิบไม่สามารถควบคุมได้เพราะส่วนใหญ่ได้จากธรรมชาติ ทำให้ทางกลุ่มประสบปัญหาด้านราคาและสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดจนถึงปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.เพื่อศึกษากระบวนการผลิตและตลาดเครื่องแกงคั่วกลิ้ง
2.เพื่อศึกษาการบริหารจัดการกลุ่มเครื่องแกงคั่วกลิ้ง
3.เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเครื่องแกงคั่วกลิ้ง
ขอบเขตการวิจัย
1.พื้นที่ได้แก่ ที่ทำการเครื่องแกงหมู่ที่4 ตำบลบ้านลำนาวอำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีฯ
2.ประชากร กลุ่มแม่บ้านที่ทำเครื่องแกง
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.ได้แนวทางการพัฒนาเครื่องแกง
2.ชุมชนได้เรียนรู้ศักยภาพและตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์
3.ค้นพบข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการผลิตเครื่องแกง
แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
1.แนวคิดการเรียนรู้
2.แนวคิดการตลาด
3.แนวคิดวิสาหกิจชุมชน
4.แนวคิดการบริหารและการจัดการ
5.แนวคิดโภชนาการ
6.กรอบแนวคิดระเบียบวิธีวิจัยประชากรและผู้ให้ข้อมูลหลัก สมาชิกและกรรมการกลุ่มฯ
วิธีการที่ใช้ในการศึกษา
1.ผู้วิจัยทำความตกลง วางแผนจัดสนทนากลุ่มกรรมการ
2.ผู้วิจัยกับกลุ่มเครื่องแกงคั่วบันวังทอง ทำความเข้าใจและนัดหมายกลุ่มเพื่อขอสัมภาษณ์สมาชิกกลุ่ม และจัดเวทีเสวนา
3.ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากการสนทนาย่อยและแบบส้มภาษณ์กับประชากรกลุ่มตัวอย่างการสรุปผลยังสรุปผลไม่ได้เพราะผู้วิจัยยังรวบรวมสรุปผลข้อมูลไม่เสร็จสมบูรณ์ นำเสนอเท่าที่มีก็แล้วกันด้านการผลิต สมาชิกและกรรมการกลุ่มฯมีความรู้ความเข้าใจก่อนการทำเครื่องแกงคั่วกลิ้งการตลาด ทางกลุ่มมี่การประสัมพันธ์ จัดทำส่งตามร้านค้าในชุมชนและนอกชุมชน รับผลิตตามใบสั่งด้านการบริหารจัดการ ทางกลุ่มมีการแบ่งหนาที่มีการประชุมปันผลทุกๆ6เดือนแนวทางการพัฒนากลุ่ม ควรมีกรประชุมพบปะให้มากขึ้น มีกฎกติกาที่แน่ชัด มีการจัดทำรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่สะดุดตา สะอาด ปลอดภัยและทันสมัย

งานวิจัยที่สนใจ

พฤติกรรมการลดรายจ่ายจากการทำบัญชีครัวเรือนของครอบครัวข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรชัยบุรี
ปัญหาของครอบครัวข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรชัยบุรีก็คือการหนี้สินที่เกิดจากการจ่ายเงินโดยที่ไม่คำนึงถึงเหตุผล ความจำเป็น และพอประมาณ และคงจะมีครัวเรือนหลายครัวเรือนในประเทศไทยที่มีลักษณะรายจ่ายเหมือนกับครอบครัวข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรชัยบุรี ปัญหานี้มีมานานแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเป็นห่วงปัญหารายจ่ายและการดำรงอยู่ของประชาชนมาโดยตลอด ก็คือการไม่สนใจในการจดรายรับ-รายจ่าย ในครัวเรือน เพื่อควบคุมการใช้จ่ายเงิน และการทำบัญชีการลงทุนเพื่อที่จะรู้ถึงต้นทุน และกำไร จากการประกอบอาชีพเสริม จึงไม่หลุดพ้นจากความยากจนยังคงมีรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หรือฟุ้งเฟือยเกิดขึ้นอยู่เสมอจากเหตุผลข้างต้นจึงทำให้ข้าพเจ้าจะศึกษาพฤติกรรมการลดรายจ่ายจากการทำบัญชีครัวเรือนของครอบครัวข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรชัยบุรี เพื่อลดรายจ่ายที่ฟุ้งเฟือย เกินความจำเป็นให้ลดลงช่วยเพิ่มเงินออม ลดการเกิดหนี้สิ้นของครอบครัว และเกิดเงินออมเพิ่มขึ้น โดยการทำบัญชีครัวเรือน

การแก้ไขปัญหาขยะในชุมชน

การแก้ไขปัญหาขยะในชุมชน

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

มารู้จักเมนบอร์ด


เมนบอร์ดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญรองมาจากซีพียู เมนบอร์ดทำหน้าที่ควบคุม ดูแลและจัดการๆ ทำงานของ อุปกรณ์ชนิดต่างๆ แทบทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ซีพียู ไปจนถึงหน่วยความจำแคช หน่วยความจำหลัก ฮาร์ดดิกส์ ระบบบัส บนเมนบอร์ดประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆ มากมายแต่ส่วนสำคัญๆ ประกอบด้วย

1. ชุดชิพเซ็ต

ชุดชิพเซ็ตเป็นเสมือนหัวใจของเมนบอร์ดอีกที่หนึ่ง เนื่องจากอุปกรณ์ตัวนี้จะมีหน้าที่หลักเป็นเหมือนทั้ง อุปกรณ์ แปลภาษา ให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่บนเมนบอร์ดสามารถทำงานร่วมกันได้ และทำหน้าที่ควบคุม อุปกรณ์ต่างๆ ให้ทำงานได้ตามต้องการ โดยชิพเซ็ตนั้นจะประกอบด้วยชิพเซ็ตนั้นจะประกอบไปด้วยชิพ 2 ตัว คือชิพ System Controller และชิพ PCI to ISA Bridge ชิพ System Controller หรือ AGPSET หรือ North Bridge เป็นชิพที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ อุปกรณ์หลักๆ ความเร็วสูงชนิดต่างๆ บนเมนบอร์ดที่ประกอบด้วยซีพียู หน่วยความจำแคชระดับสอง (SRAM) หน่วยความจำหลัก (DRAM) ระบบกราฟิกบัสแบบ AGP และระบบบัสแบบ PCI ชิพ PCI to ISA Bridge หรือ South Bridge จะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกันระหว่างระบบบัสแบบ PCI กับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีความเร็วในการทำงานต่ำกว่าเช่นระบบบัสแบบ ISA ระบบบัสอนุกรมแบบ USB ชิพคอนโทรลเลอร์ IDE ชิพหน่วยความจำรอมไออส ฟล็อบปี้ดิกส์ คีย์บอร์ด พอร์ตอนุกรม และพอร์ตขนาน ชุดชิพเซ็ตจะมีอยู่ด้วยกันหลายรุ่นหลายยี่ห้อโดยลักษณะการใช้งานจะขึ้นอยู่กับซีพียูที่ใชเป็นหลัก เช่นชุด ชิพเซ็ตตระกูล 430 ของอินเทลเช่นชิพเซ็ต 430FX, 430HX 430VX และ 430TX จะใช้งานร่วมกับซีพียู ตระกูลเพนเทียม เพนเที่ยม MMX, K5, K6, 6x86L, 6x86MX (M II) และ IDT Winchip C6 ชุดชิพเซ็ต ตระกูล 440 ของอิเทลเช่นชิพเซ็ต 440FX, 440LX, 440EX และชิพเซ็ต 440BX จะใช้งานร่วมกับ ซีพียูตระกูลเพนเที่ยมโปร เพนเที่ยมทู และเซลเลอรอน และชุดชิพเซ็ตตระกูล 450 ของอินเทลเช่นชุดชิพเซ็ต 450GX และ 450NX ก็จะใช้งานร่วมกับซีพียูตระกูลเพนเที่ยมทูซีนอนสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับ Server หรือ Workstation นอกจากนี้ยังมีชิพเซ็ตจากบริษัทอื่นๆ อีกหลายรุ่นหลายยี่ห้อที่ถูกผลิตออกมา แข่งกับอินเทลเช่นชุดชิพเซ็ต Apollo VP2, Apollo VP3 และ Apollo mVp3 ของ VIA, ชุดชิพเซ็ต Aladin IV+ และ Aladin V ของ ALi และชุดชิพเซ็ต 5597/98, 5581/82 และ 5591/92 ของ SiS สำหรับซีพียูตระกูลเพนเที่ยม เพนเที่ยม MMX, K5, K6, 6x86L, 6x86MX (M II) และ IDT Winchip C6 ชุดชิพเซ็ต Apollo BX และ Apollo Pro ของ VIA, ชุดชิพเซ็ต Aladin Pro II M1621/M1543C ของ ALi และชุดชิพเซ้ต 5601 ของ Sis สำหรับซีพียูตระกูลเพนเที่ยมทู และเซลเลอรอน ซึ่งชิพเซ้ตแต่ละรุ่น แต่ละยี้ห้อนั้นจะมีจุดดีจุดด้อยแตกต่างกันไป
2. หน่วยความจำรอมไบออส และแบตเตอรรี่แบ็คอัพ

ไบออส BIOS (Basic Input Output System) หรืออาจเรียกว่าซีมอส (CMOS) เป็นชิพหน่วยความจำชนิด หนึ่งที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูล และโปรแกรมขนาดเล็กที่จำเป็นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์ โดยในอดีต ส่วนของชิพรอมไบออสจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ชิพไบออส และชิพซีมอส ซึ่งชิพซีไปออสจะทำหน้าที่ เก็บข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนชิพซีมอสจะทำหน้าที่ เก็บโปรแกรมขนาดเล็ก ที่ใช้ในการบูตระบบ และสามารถเปลี่ยนข้อมูลบางส่วนภายในชิพได้ ชิพไบออสใช้พื้นฐานเทคโนโลยีของรอม ส่วนชิพซีมอสจะใช้เทคโนโลยีของแรม ดังนั้นชิพไบออสจึงไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า ในการเก็บรักษาข้อมูล แต่ชิพซีมอส จะต้องการพลังงานไฟฟ้าในการเก็บรักษาข้อมูลอยตลอดเวลาซึ่งพลังงานไฟฟ้า ก็จะมาจากแบตเตอรี่แบ็คอัพที่อยู่บนเมนบอร์ด (แบตเตอรี่แบ็คอัพจะมีลักษณะเป็นกระป๋องสีฟ้า หรือเป็นลักษณะกลมแบนสีเงิน ซึ่งภายในจะบรรจุแบตเตอรรี่แบบลิเธี่ยมขนาด 3 โวลต์ไว้) แต่ตอ่มาในสมัย ซีพียตระกูล 80386 จึงได้มีการรวมชิพทั้งสองเข้าด้วยกัน และเรียกชื่อว่าชิพรอมไบออสเพียงอย่างเดียว และการที่ชิพรอมไบออสเป็นการรวมกันของชิพไบออส และชิพซีมอสจึงทำให้ข้อมูลบางส่วนที่อยู่ภายใน ชิพรอมไบออส ต้องการพลังงานไฟฟ้าเพื่อรักษาข้อมูลไว้ แบตเตอรี่แบ็คอัพ จึงยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอยู่จนถึง ปัจจุบัน จึงเห็นได้ว่าเมื่อแบตเตอรี่แบ็คอัพเสื่อม หรือหมดอายุแล้วจะทำให้ข้อมูลที่คุณเซ็ตไว้ เช่น วันที่ จะหายไปกลายเป็นค่าพื้นฐานจากโรงงาน และก็ต้องทำการเซ้ตใหม่ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง เทคโนโลยีรอมไบออส ในอดีต หน่วยความจำรอมชนิดนี้จะเป็นแบบ EPROM (Electrical Programmable Read Only Memory) ซึ่งเป็นชิพหน่วยความจำรอม ที่สามารถบันทึกได้ โดยใช้แรงดันกระแสไฟฟ้าระดับพิเศษ ด้วยอุปกรณ์ ที่เรียกว่า Burst Rom และสามาถลบข้อมูลได้ด้วยแสงอุตราไวโอเล็ต ซึ่งคุณไม่สามารถอัพเกรดข้อมูลลงในไบออสได้ ด้วยตัวเองจึงไม่ค่อยสะดวกต่อการแก้ไขหรืออัพเกรดข้อมูลที่อยู่ในชิพรอมไบออส แต่ต่อมาได้มีการพัฒนา เทคโนโลยชิพรอมขึ้นมาใหม่ ให้เป็นแบบ EEPROM หรือ E2PROM โดยคุณจะสามารถทั้งเขียน และลบข้อมูล ได้ด้วยกระแสไฟฟ้าโดยใช้ซอฟต์แวร์พิเศษ ได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดายดังเช่นที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน
3. หน่วยความจำแคชระดับสอง
หน่วยความจำแคชระดับสองนั้นเป็นอุปกรณ์ ตัวหนึ่งที่ทำหน้าเป็นเสมือนหน่วยความจำ บัฟเฟอร์ให้กับซีพียู โดยใช้หลักการที่ว่า การทำงานร่วมกับอุปกร์ที่ความเร็วสูงกว่า จะทำให้เสียเวลาไปกับการรอคอยให้อุปกรณ์ ที่มีความเร็วต่ำ ทำงานจนเสร็จสิ้นลง เพราะซีพียูมีความเร็วในการทำงานสูงมาก การที่ซีพียูต้องการข้อมูล ซักชุดหนึ่งเพื่อนำไปประมวลผลถ้าไม่มีหน่วยความจำแคช
ปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็น เมนบอร์ด ซีพียู แรม บัส ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน มากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ยังเป็นปัจจัยหนึ่งใน การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์อีกด้วย ตอนนี้เราจะมาดูในเรื่องของเมนบอร์ด ว่าควรจะเลือกซื้อและพิจารณาส่วนใดกันบ้าง
สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อ
สิ่งสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อเมนบอร์ดสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น คุณจะต้อง พิจารณาในส่วนต่าง ๆ ที่มีส่วนสำคัญและเกี่ยวข้องกับการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด อาทิเช่น ความคอมแพตทิเบิลของเมนบอร์ดกับซีพียู, ซิพเซต, ไบออส,I/O chips, พอร์ตต่าง ๆ รวมทั้งรูปแบบหรือโครงสร้างของเมนบอร์ดด้วย ฯลฯ นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่สำคัญอีกประการก็คือ ยี่ห้อและรุ่นของเมนบอร์ดที่จะนำมาใช้กับการทำงานที่ต้องการและประสิทธิภาพในการทำงาน ที่ได้รับ
เมนบอร์ดในปัจจุบัน
เริ่มจากอดีตจนถึงปัจจุบันหน้าตาของเมนบอร์ดและประสิทธิภาพในการทำงานของเมนบอร์ด มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธภาพในการทำงานมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้เมนบอร์ด ที่กำลังเป็นที่นิยมกันก็คงจะหนีไม่พ้นเมนบอร์ดเพนเทียมที่แซงหน้าเมนบอร์ดรุ่น 486 ที่กำลัง จะกลายเป็นเมนบอร์ดที่ถูกทอดทิ้ง เนื่องจากประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของเมนบอร์ด เพนเทียม อีกทั้งแนวโน้มที่กำลังมาแรงของเมนบอร์ดเพนเทียมโปรที่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกมามาก ขึ้น จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ให้ความสนใจและจับตามองความเคลื่อนไหวอย่าง ต่อเนื่อง
เมนบอร์ดที่มีคุณลักษณะที่เรียกว่า ATX Form Factor นั่นก็คือการจัดองค์ประกอบหรือวงจร ต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้มีความกระชับ และเสันทางเดินวงจรใกล้ที่สุด นอกจากนี้ยัง built-in พวกพอร์ตต่าง ๆ ไว้ เช่น Com1, Com2, PS/2 Keyboard, Mouse และ Parallelไว้บน เมนบอร์ดอีกด้วย
คุณลักษณะสำคัญ
สำหรับคุณลักษณะสำคัญของเมนบอร์ดที่ควรพิจารณา ก็เริ่มจากเมนบอร์ดเพนเทียม ที่กำลังเป็นที่นิยมและใช้งานกันมากขึ้น ในการเลือกซื้อนั้นควรจะพิจารณาเมนบอร์ดกับ ซีพียูว่า เมนบอร์ดนั้นสามารถใช้งานหรือต้องการซีพียูในการทำงานรุ่นใด ซึ่งอย่างน้อยควรเลือกซื้อ เมนบอร์ดรุ่นต่ำสุดเป็นรุ่นเพนเทียม 133 MHz ขึ้นไปและเมนบอร์ดนั้นสามารถที่จะอัพเกรด ซีพียูได้ถึงระดับไหน นอกจากนี้ยี่ห้อของ CPU ที่มีการพัฒนาอยู่ในท้องตลาด เช่น AMD, Cyrix และ Intel ยังเป็นปัจจัยในการพิจารณาเลือกซื้ออีกด้วย รวมทั้งคุณภาพของชิพเซตและ ยี่ห้อที่เป็นยอมรับในการทำงาน เช่น Triton, Intel หรือ SiS เป็นต้น
สำหรับชิพเชตที่เพิ่งประกาศตัวไม่นานของ Intel นั้น ก็คือ ชิพเชตที่สนับสนุนโปรเซสเซอร์ที่มี MMX สำหรับเพนเทียม (Pentium) ได้แก่ ชิพเชตรุ่น 430TX ส่วนเพนเทียมโปร (Pentium Pro) ได้แก่ ชิพ เซตรุ่น 440LX ซึ่งชิพเซตทั้งสองรุ่นนี้มีการนำคุณลักษณะพิเศษที่เป็นโมเดลใหม่ ของเพนเทียม (P55C) และเพนเทียมโปร ("Klamath") คือ MMX ที่รวมคุณสมบัติในด้าน ระบบมัลติมีเดียไว้อย่างครบถ้วน เช่น เรื่องของเสียง,กราฟิก, ภาพ ซึ่งในขณะนี้เมนบอร์ดทั้ง เพนเทียมและเพนเทียมโปรที่สนับสนุนคุณสมบัติ MMX กำลังทยอยนำเข้ามาสู่ท้องตลาด ซึ่งเป็นอีกคุณสมบัติที่น่าสนใจมาก
สำหรับเมนบอร์ดที่ใช้ชิพเชตอย่าง 430TX และ 440LX นี้ก็น่าจะมีซ็อกเก็ต สำหรับใส่ SDRAM อยู่ด้วยเพื่อรองรับการทำงานในอนาคต SDRAM นั้นเป็นแรมชนิดใหม่ช่วยเพิ่มความเร็วในการ ทำงาน ซึ่งจะพบว่ามี SDRAM อยู่บนเมนบอร์ดบางชนิด จะมีอยู่ 1 ซ็อกเก็ต ซึ่งในปัจจุบัน ควรจะเลือกเมนบอร์ดที่มีช่องใส่ SDRAM อยู่ 2 ซ็อกเก็ต เพื่อการเพิ่ม SDRAM ในอนาคต
สำหรับลักษณะโดยทั่ว ๆ ไปของเมนบอร์ดในปัจจุบันมักจะมีซ็อกเก็ตสำหรับใส่แรมชนิด 72-pin (SIMM) เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเมนบอร์ดจะมีซ็อกเก็ตสำหรับใส่แรมอยู่ 4 ซ็อกเก็ต แต่สำหรับ เมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ นั้นจะมีซ็อกเก็ตสำหรับใส่แรมชนิด 72-pin อยู่ถึง 6-8 ซ็อกเก็ตเลยทีเดียว ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการที่จะใช้งานของหน่วยความจำในการทำงาน สำหรับซ็อกเก็ตแรมแบบ 30-pin นั้นก็คงจะสูญไปเลยทีเดียว สำหรับเมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งหากจะให้แรมชนิด 30-pin ก็คงจะต้องใช้อะแดปเตอร์ในการแปลงเข้าช่วย และในการ พิจารณาซ็อกเก็ตที่มีอยู่บนเมนบอร์ดก็มีส่วนสำคัญในการทำงาน ดังนั้นผู้ซื้อควรเลือก เมนบอร์ดที่มีซ็อกเก็ตใส่แรมได้หลาย ๆ แถว ซึ่งเราอาจจะพบว่าเมนบอร์ดเพนเทียมนั้นมีการ ออกแบบมาให้ 1 แบงก์ประกอบด้วย 2 ซ็อกเก็ต (มีบางเมนบอร์ดที่ออกแบบมาให้ 1 แบงก เท่ากับ 1ซ็อกเก็ต) ฉะนั้นหากผู้ใช้ที่ต้องการใช้หน่วยความจำในการทำงาน 16 MB ก็จะต้องใส่แรม 8 MB 2 แถวลงใน 2 ซ็อกเก็ต ก็จะครบ 1 แบงก์ ดังนั้นในการพิจารณาแบงก์ จึงเป็นสิ่งสำคัญบนเมนบอร์ดด้วย เผื่อไว้สำหรับอนาคตที่ต้องการเพิ่มหน่วยความจำให้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์
ส่วนที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ สล้อตบนเมนบอร์ด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว เมนบอร์ดของ เพนเทียมจะประกอบด้วย สล้อต PCI และ ISA เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสล้อตต่าง ๆ ดังกล่าวก็เป็น ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้กับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกัน หากมีจำนวนสล้อตมาก ๆ นั่นก็หมายความว่าคุณสามารถที่จะติดตั้งการ์ดที่สนับสนุนอินเตอร์เฟสต่าง ๆ ได้มากเพิ่มขึ้นด้วย ในการพิจารณาเลือกซื้อเมนบอร์ดก็ควรจะคำนึงถึงสล้อตเหล่านี้ด้วย อย่างน้อยคุณก็ควรจะ เลือกสล้อตแบบ PCI ให้มากไว้ เพราะสล้อตแบบ PCI สามารถทำงานได้เร็วกว่าสล้อตแบบ ISA ดังนั้นเราจ ะสังเกตเห็นว่าเมนบอร์ดที่เพิ่งจะออกมาในท้องตลาดระยะหลังนี้จะสนับสนุนสล้อต แบบ PCI มากกว่าแบบ ISA
คุณลักษณะ ATX
เมนบอร์ดในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนารูปแบบให้มีความกระชับและมีความสามารถ เพิ่มขึ้น ซึ่งเมนบอร์ด ATX นั่นก็คือ เมนบอร์ดที่ออกแบบวงจรให้มีความกะทัดรัดมากขึ้น ซึ่ง จะทำให้มีความเร็วในการทำงานเพิ่มขึ้นประมาณ 10% รวมทั้งส่วนของ I/O Controler ที่มีอยู่ บนเมนบอร์ด และพวกพอร์ตต่าง ๆ เช่น Com1, Com2, PS/2, Parallel port, Mouse, มีติดอยู่กับบอร์ดให้เลย
นอกจากนี้ในส่วนของ IR (infrared) Com Port ยังป็นอีกส่วนบนเมนบอร์ดซึ่งจะช่วยในเรื่อง ของการส่งรับข้อมูลโดยผ่านอุปกรณ์ที่สนับสนุนระบบอินฟราเรดอย่างพวกคีย์บอร์ด และ เครื่องพิมพ์ เช่น เครื่องพิมพ์เลเซอร์รุ่นใหม่ ๆ ของ HP ทุกรุ่นจะสนับสนุนการทำงานระบบ อินฟราเรด
USB (Universal Serial Bus)
ช่องต่อ I/O ที่สามารถต่ออุปกรณ์เพิ่มเติมแบบ Plug & Play ซึ่งมีความเร็วในการส่งผ่าน ข้อมูลสูงสุด 12 Mbและต่ำสุด 1.5 Mb (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ต่อเชื่อม)
เมนบอร์ดที่พร้อมด้วยเทคโนโลยี USB (Universal Serial Bus ) ซึ่ง USB ที่ว่านี้เป็น I/O ที่เพิ่มเติมเข้ามาบนเมนบอร์ด สำหรับต่ออุปกรณ์ Plug and Play โดยในส่วนของ USB นี้ จะเป็นการเสริมประสิทธิภาพในการใช้งานเมนบอร์ดเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถต่อ เชื่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ากับพีซีได้อย่างง่ายดาย เช่น การเชื่อมต่อจอภาพ, เครื่องพิมพ์, โมเด็ม, สแกนเนอร์, กล้องดิจิตอล,จอยสติกซ์, ลำโพงดิจิตอล ฯลฯ USB มีความเร็ว (data rate) สูงสุด 12 Mbps และต่ำสุด 1.5 Mbps (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ต่อเชื่อม) นับว่า USB ที่พัฒนาออกมานี้เป็น การประชันกับการ์ด SCSI ซึ่งคาดว่าในอนาคตคงจะเป็นที่นิยมกันมากขึ้น และอาจจะเป็น อีกออปชันหนึ่งที่ถูกพิจารณาเลือกซื้อเมนบอร์ดในอนาคต
Pipelined Burst Cache
เมนบอร์ดนับว่าเป็นหัวใจหลักเลยทีเดียวในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะเป็นแผง วงจรที่รวบรวมหน้าที่ของชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ในการทำงานไว้อย่างครบถ้วน ดังนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้ควรพิจารณาด้วยก็คือส่วนที่เรียกว่า Pipelined Burst Cache ซึ่งในส่วนนี้ เพิ่งจะมีการพัฒนาขึ้นใช้บนเมนบอร์ดเพนเทียมเป็นครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้ ในระยะแรก ๆ นั้นจะเป็นเพียงโมดุลที่แยกย่อยให้ติดตั้งเพิ่ม แต่ในปัจจุบันได้มีการ built-in ลงบนเมนบอร์ดเลย
Pipelined Burst Cache นี้เป็นแคชที่เร็วกว่าแคชธรรมดา และมีหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์ใน การรับส่งข้อมูลระหว่าง CPU กับ RAM ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น

I/O chips
สิ่งสุดท้ายที่จะกล่าวถึงความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อเมนบอร์ดก็คือ I/O chips อาทิเช่น ชิพ UART16550 ซึ่งเป็นชิพที่ช่วยในการควบคุมการ Input และ Output ของ อุปกรณ์ที่ต่อเข้ากับเครื่องคอมพิว เตอร์ที่เป็น Com Ports โมเด็มความเร็วสูงในปัจจุบัน จะต้องการส่วนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอยู่แล้วบนเมนบอร์ดปัจจุบันทุกรุ่น นอกเหนือจากสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นที่เป็นปัจจัยต่อการพิจารณาเลือกซื้ อเมนบอร์ดแล้ว ยังมีสิ่งที่ควรจะพิจารณา เพิ่มเติมร่วมด้วยนั่นก็คือการปรับ Voltage ซึ่งบนเมนบอร์ดจะมีตัว Regulator สำหรับแปลง ไฟโดยสามารถเซตได้ที่จัมเปอร์
Chipset
อุปกรณ์สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ผู้ใช้จะมองข้ามไม่ได้สำหรับการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก็คือ "ชิพเซ็ต" โดยปกติแล้วชิพเซ็ตมักจะเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้มองข้ามอยู่เสมอ เพราะเห็นว่ามีความสำคัญเพียงเล็กน้อยกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ แต่ความเป็นจริง แล้วชิพเซ็ตถือเป็นอีกหัวใจหลักหนึ่งในการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย ทั้งนี้เพราะชิพเซ็ต จะเป็นผู้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการติดต่อของซีพียูกับอุปกรณ์อื่น ๆ
หน้าที่ของชิพเซ็ตนั้นจะดูแลการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมดบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ สามารถทำงานสอดคล้องกัน ตั้งแต่การติดต่อระหว่างซีพียูกับหน่วยความจำบนเครื่อง การควบคุม ดูแลการทำงานของฮาร์ดดิสค์และอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่น ๆ รวมไปถึงการดูแล การทำงานของการ์ดด่าง ๆ ที่มีอยู่ในเครื่อง
ด้วยหน้าที่ที่ครอบคลุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์มากเช่นนี้ การเลือกใช้ชิพเซ็ตที่มี ประสิทธิภาพสูงก็จะช่วยให้การทำงานของระบบทั้งหมดดีขึ้น มีเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้ความเร็วของระบบสูงขึ้นด้วย ดังนั้นในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ผู้ใช้จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้ความสำคัญกับชิพเซ็ตที่มีอยู่บนเมนบอร์ดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเลือกอุปกรณ์ตัวอื่น
ชิพเซ็ตนั้นหากจะแบ่งง่าย ๆ สำหรับตลาดคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันของบ้านเราก็คงจะแบ่งเป็น ชิพเซ็ตสำหรับหน่วยประมวลผล Pentium และ Pentium Pro สำหรับชิพเซ็ตที่เป็นที่รู้จักมากที่ สุดสำหรับผู้ใช้บ้านเราก็คงเป็นชิพเซ็ตจากบริษัทอินเทล แต่สำหรับตลาดต่างประเทศแล้วก็จะม ียี่ห้ออื่นอยู่ด้วยเช่นกัน เช่น VIA Technology หรือ SiS ซึ่งบ้านเราก็พอมีบ้าง แต่เนื่องจาก ตลาดซีพียูในบ้านเราก็เป็นตลาดของชิพจากบริษัทอินเทล ดังนั้นจะขอเน้นถึงชิพเซ็ตของ บริษัทอินเทลเป็นหลัก
ชิพเซ็ตของบริษัทอินเทลที่พัฒนามาเพื่อใช้กับซีพียูเพนเทียมนั้น มีชิพเซ็ตที่รู้จักกันดี 3 รุ่นคือ Intel 430FX PCIset, Intel 430HX PCIset และ Intel 430VX PCIset Intel 430FX PCIset นั้นจะเป็นชิพเซ็ตสำหรับเพนเทียมรุ่นแรกที่บริษัทอินเทลผลิตขึ้นโดยมีลักษณะเด่น อยู่ที่การสนับสนุนหน่วยความจำหลักแบบ EDO RAM และยังสนับสนุนแคชแบบ pipelined burst SRAMs ซึ่งมีความเร็วสูงและสามารถสนับสนุนการทำงานของชิพเพนเทียมตั้งแต่ 75 ถึง 100 MHz
แต่มาในปัจจุบันชิพเซ็ตรุ่นนี้ไม่สามารถตอบสนองเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปแล้วดังนั้นทางอินเทล จึงได้พัฒนาชิพเซ็ตใหม่ขึ้นคือ 430HX ซึ่งเป็นรุ่นที่ดีที่สุดในปัจจุบัน โดยมีความคอมแพตทิเบิ้ล กับชิพเซ็ต 430FX และเพิ่มความสามารถอื่น ๆ เข้าไปอีก เช่น สนับสนุน MMX, สนับสนุน สถาปัตยกรรม Concurrent PCI, สนับสนุน USB, คุณสมบัติที่ช่วยลดความซับซ้อนของวงจร ฯลฯ ซึ่งด้วยความสามารถใหม่ ๆ ทั้งหมด ก็ทำให้สามารถเพิ่มความเร็วในการทำงานของ คอมพิวเตอร์ให้สูงขึ้นได้ สำหรับ Intel 430VX PCIset นั้นเป็นชิพเซ็ตที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะ สำหรับการใช้งานของธุรกิจขนาดเล็กและการใช้งานแบบตามบ้าน เพราะออกแบบให้ยืดหยุ่น ในการใช้งานทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ได้รับผลคุ้มค่าที่สุด ชิพจะสนับสนุนหน่วยความจำ แบบใหม่คือ SDRAM นอกจากนี้ยังออกแบบให้สนับสนุนการทำงานแบบมัลติมีเดียมากที่สุด อีกด้วย และเช่นเดียวกับในรุ่น 430HX ในรุ่น 430VX นี้ก็สนับสนุน MMX เช่นเดียวกัน ใน อนาคตนั้น อินเทลก็จะมีการผลิตชิพเซ็ตตัวใหม่ขึ้นมาอีกคือรุ่น 430TX ซึ่งจะเป็นชิพที่เหมาะ สำหรับการทำงานร่วมกับ ชิพ Pentium MMX โดยเฉพาะซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความเร็วให้กับ คอมพิวเตอร์ได้อีกไม่น้อย
ทางด้านชิพเซ็ตสำหรับเพนเทียมโปรนั้นก็มีอยู่หลายรุ่นตั้งแต่รุ่น Intel 440 FX PCIset ซึ่งมี จุดเด่นที่การปรับแต่งให้ใช้ประโยชน์สำหรับการทำงานแบบ 32 บิต อย่างเต็มที่, สนับสนุน Concurrent PCI ที่ช่วยให้สล้อตแบบ ISA และ PCI สามารถทำงานไปพร้อม ๆ กันได้, สนับสนุน USB และยังมีออปชันสนับสนุนการใช้หน่วยประมวลผล 2 ตัวอีกด้วย ส่วนชิพเซ็ต 450GX PCIset นั้นจะเน้นไปที่ตลาด OEM และเมนบอร์ดซึ่งเน้นที่การทำงานในลักษณะ เซิร์ฟเวอร์ และความสามารถในการอัพเกรดเป็นแบบ Multiprocessing ชิพเซ็ต 450KX จะเน้นไปที่ความต้องการเครื่องแบบ Workstation ประสิทธิภาพสูงซึ่งทั้ง 450GX และ 450KX นั้นจะเป็นชิพเซ็ตที่มีเสถียรภาพในการทำงานสูง
ส่วนชิพเซ็ตใหม่ในอนาคตของอินเทลสำหรับเพนเทียมโปรนั้นจะเป็นรุ่น 430 LX ซึ่งจะผลิต ขึ้นเพื่อการสนับสนุนชิพเพนเทียมโปรที่เพิ่มเทคโนโลยี MMX เข้าไปหรือที่ใช้ชื่อรหัสว่า Klamath ซึ่งก็คาดว่าเมื่อผลิตออกมาคงจะช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพของระบบได้ดีทีเดียว

การแก้ไขและซ่อมคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง

การแก้ไขและซ่อมคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง
ถ้าคุณมีปัญหาการใช้คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องพิมพ์ ลองตรวจสอบปัญหาจากหัวข้อเหล่านี้ก่อน ไม่แน่นะ ท่านอาจพบวิธีการแก้ไขด้วยตนเอง ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากประสบการณ์ในการซ่อมคอมพิวเตอร์โดยตรง ซึ่งพอสรุปปัญหาได้ 2 ลักษณะ คือ ปัญหาที่เกิดจาก Software และปัญหาที่เกิดจาก hardware 1.ปัญหาจากOperating System Windows ปัญหานี้ส่วนใหญ่มาจากการติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ หรือการ Uninstall โปรแกรมแล้วทำให้ File บางไฟล์หายไปวิธีแก้ไขง่ายๆ คือการติดตั้ง Windowsทับเข้าไปใหม่ (ช่างส่วนใหญ่แนะนำกันต่อๆมา) ไม่ต้องกลัวนะครับว่าโปแกรมที่มีอยู่ก่อนแล้วจะหายไป !ไม่หายครับและก็ไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมอื่นๆ ใหม่ด้วยแต่ควรเตรียมแผ่น drive ของ การ์ดจอ ซาวด์การ์ด ไว้ให้พร้อมก็จะดี2. ปัญหาจาก Application เช่นโปรแกรมการใช้งานต่าง ๆ ได้ Microsoft Word, Excel, internet Explorer มีหลักคล้าย ๆ กันคือให้ติดตั้งโปรแกรมทับเข้าไปใหม่ แต่ผมแนะนำว่าให้ลองปิดโปรแกรมทั้งหมด แล้ว Restart ใหม่จะดีกว่า อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ โปรแกรมบางตัวอาจไม่ support การใช้งานบาง OS ดังนั้น อาจจำเป็นต้องมีการถอดการติดตั้งออก หรือที่เรียกว่า uninstall (ส่วนใหญ่โปรแกรมที่เราติดตั้งจะมีมาให้ด้วย) ถ้าไม่มีลองเข้าไปที่ Control Panel เลือก Add/ Remove Program3. ปัญหาจากไวรัส ปัญหานี้อาจพบอาการแปลก ๆ เช่น เปิดโปรแกรมไม่ได้, มีหน้าต่างแปลก ๆ แสดงขึ้นมาที่หน้าจอ การแก้ไขก็ลองตรวจสอบโดยใช้โปรแกรมเช็คไวรัสดู เช่น Norton Antivirus หรือ McAfee.VirusScan เป็นต้น4. ปัญหาจากผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น กดปุ่ม Scroll Lock แล้วหน้าจอเลื่อนทั้งหน้า (Microsoft Excel) เรื่องปกติครับ ไม่มีใครทุกคนที่จะสามารถใช้โปรแกรมได้เก่งทุกอย่างบางครั้งก็มีพลั้งเผลอบ้าง เรื่องนี้ต้องแก้ไขโดยการซื้อหนังสือมาอ่านครับเพื่อที่จะทำให้เราสามารถใช้โปรแกรมได้คล่องและเก่ง Disk Drive อ่านข้อมูลไม่ได้ -> ให้แก้ไขโดยซื้อแผ่นทำความสะอาด + น้ำยา ล้างก็จะสามารถแก้ไขได้ CD-ROM Drive อ่านข้อมูลไม่ได้ -> สาเหตุมาจากฝุ่นที่เกาะอยู่ ให้ซื้อแผ่นทำความสะอาดสำหรับ CD-ROM และสาเหตุอีกอย่างหนึ่งคือ แผ่นที่อ่าน อาจมีปัญหามาจากการบันทึกถ้าเป็นไปได้ ให้ทดสอบโดยนำแผ่นไปอ่าน CD-ROM Drive เครื่องอื่น ๆ ดู(ความเร็ว CD-ROM ถ้าต่ำกว่า 24x มักจะมีปัญหาในการอ่าน) RAM-Memory ถ้าเกิดฝุ่นละออง หรือมีอาการร้อง -> ให้นำยางลบดินสอมาทำความสะอาด แล้วนำเสียบลงไปใหม่ หน่วยความจำ ปัจจุบันมีราคาถูกลงมาก อย่างไรก็ตามปัญหาที่พบเกี่ยวกับ Ram คือการไม่สัมพันธ์ระหว่างแรมเก่า กับแกมใหม่ หมายความว่า การเพิ่มแรมควรใช้ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน และขนาดเท่ากันจะดีกว่าทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดของแต่ละรุ่นด้วย Harddisk ทำงานช้าลง -> ส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ว่างใน harddisk ไม่มากพอสำหรับผู้ใช้วินโดวส์ 95,98 ควรมีพื้นที่เหลืออย่างน้อยสัก 500 MB การแก้ไข ควรทำDisk Cleanup (ทำทุกวัน) ตามด้วย Scandisk (ทำทุกวัน) และ Disk Defragment (ทำทุกเดือน) Power Supply ไฟไม่เข้า -> ลองขยับปลั๊กดูก่อน ปัญหานี้เกิดบ่อยมาก นอกจากนี้อาจเป็นที่ฟิวส์ขาด ให้หามาเปลี่ยน แต่ถ้าเสียแล้ว ไม่แนะนำให้ซ่อม ซื่อตัวใหม่เลยดีกว่า ส่วนเรื่องการป้องกันปัญหาคือ ให้หาเครื่องเป่า มาเป่าอย่างน้อย 3 เดือนครั้ง ขึ้นอยู่กับห้องที่ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยว่ามีฝุ่นมากน้อยเพียงใด Mouse เม้าส์เลื่อนสะดุด -> ปัญหานี้แก้ไขง่าย และมักเป็นกันบ่อยๆ หลังจากใช้งานไปได้สักพัก สาเหตุคือการไม่ค่อยนิยมใช้แผ่นรองเม้าส์ ทำให้ฝุ่นจากพื้นเข้าเกาะติดได้ง่าย สำหรับการแก้ไข คือ ให้หงายเม้าส์ แกะตัวล็อก นำลูกกลิ้งด้านหลังออก จากนั้นให้ดูในช่องด้านใน จะเห็นฝุ่นเกาะเป็นคราบอยู่ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดเมาส์เช็ดทำความสะอาด Monitor ปัญหาที่พบเช่น สีเพี้ยน -> ให้ลองถอดสายสัญญาณของจอออก แล้วเสียบใหม่ หรือจอภาพมีแต่สีขาวดำ ทั้งๆ ที่เป็นจอสี ให้ถอดสายสัญญาของจอและดูว่าเข็มใดงอหรือไม่ ให้แก้ไข และลองเสียบใหม่ เครื่องพิมพ์ชนิดหัวเข็ม (Dot matrix) พิมพ์ติดขัดเป็นประจำ ปัญหาที่พบส่วนใหญ่มีเศษกระดาษ ผงกระดาษ หรือ Clip ตกลงไป ให้ถอดมาทำความสะอาด และอีกอย่างหนึ่งที่มีปัญหาบ่อยคือ แผงกั้นระหว่างหัวพิมพ์กับกระดาษอาจชำรุด ให้หาซื้อมาเปลี่ยนเอง (จะได้ราคาถูกกว่า ไม่เสียค่าแรงด้วย) สีจางมาก ทั้งๆ ที่เปลี่ยนตลับผ้าหมึกใหม่ เรื่องนี้ผมก็พบบ่อยเหมือนกัน ปัญหานี้แก้ไขโดยการเลื่อนคันโยก ปรับตำแหน่งของการพิมพ์ให้อยู่ในระดับที่ถูกต้อง(เช่น หมายเลข 0-1 สำหรับการพิมพ์กระดาษ 1 แผ่น , หมายเลข 2-3 กระดาษมีสำเนา 2 แผ่น เป็นต้น) พิมพ์กระดาษต่อเนื่อง แล้วไม่เลื่อน ตรวจสอบคันโยกว่าปรับตำแหน่งใด ปกติจะมี 2 ตำแหน่งคือ แบบกระดาษ 1 แผ่น และแบบกระดาษต่อเนื่อง หัวเข็มหัก (คงต้องส่งซ่อม) สาเหตุที่พบมากคือ ปรับความใกล้ไกลเวลาพิมพ์กระดาษที่มีความหนาต่างๆ ไม่ถูกต้อง ลองศึกษาจากคู่มือดู และอีกอย่างหนึ่งผ้าหมึกถ้าจางแล้วให้รีบเปลี่ยน อย่าฝืนใช้ เพราะจะทำให้หัวเข็มชำรุดได้ง่าย เครื่องพิมพ์พ่นหมึก (Inkjet) พิมพ์ไม่ออก ไม่มีสี ปัญหาจากการอุดตันของตัวตลับหมึก ควรเลือกซื้อเครื่องที่หัวพ่นหมึกอยู่ในตลับจะดีกว่า เวลาเปลี่ยนจะได้เปลี่ยนพร้อมกันไป (ราคาจะแพงกว่าสักนิด) สำหรับวิธีป้องกันปัญหาได้บ้างคือ หลังจากมีการเปลี่ยนตลับหมึกแล้ว ควรใช้ให้หมด ไม่ควรถอดออกมาเพราะจะทำให้อุดตัน สำหรับการทดสอบ แก้ไขให้ลองล้างหัวเข็ม ผ่านคำสั่งในโปรแกรม หรือผ่านทางเครื่องพิมพ์โดยตรง(คงต้องอ่านคู่มือดูแต่ละรุ่นอีกทีน๊ะครับ) พิมพ์ออกมาสีเพี้ยน หมึกหมดครับ สีใดสีหนึ่งอาจหมด ทำให้สีที่ผสมออกมาไม่สมบูรณ์ การแก้ไขให้เปลี่ยนตลับหมึก Inkjet บางรุ่นสามารถเปลี่ยนตลับสีแยกเป็นสีๆ ได้ด้วย ช่วยให้ประหยัดเงินได้มากขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเพิ่งเปลี่ยนตลับหมึก ให้ทดสอบโดยใช้วิธีการล้างหัวเข็ม อาจล้างผ่านคำสั่งในโปรแกรม หรือผ่านทางเครื่องพิมพ์โดยตรง(คงต้องอ่านคู่มือดุแต่ละรุ่นอีกทีน๊ะครับ) เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser) พิมพ์ไม่ออก สีจาง ปัญหาอย่างหนึ่งคือ ผงหมึกไม่อยู่ในแนวราบ ให้เอาตลับหมึกมาเขย่า ๆ(แนวราบ) อ้อ! ถ้าเป็นตลับใหม่ อย่าลืมดึงแผ่นพลาสติกที่กั้นผงหมึกไวด้วย มิฉะนั้นอาจพิมพ์ไม่ติดเลย พิมพ์ยังไงก็ไม่ออก สาเหตุอาจมาจากกระดาษติดครับ ผมพบบ่อยมากถึงมากที่สุด ให้ลองถอดตลับผงหมึกออกมา สังเกตว่ามีกระดาษติดหรือไม่ ถ้ามีให้ระวังเรื่องการดึงกระดาษโดยดูจากคู่มือเรื่องทางเดินของกระดาษ ให้ดึงไปตามเส้นทางของทางเดินกระดาษฟันเฟืองของเครื่องพิมพ์จะได้ไม่หัก (เฟืองแต่ละตัว ราคาค่อนข้างแพงครับ) พิมพ์แล้วสกปรก มีลายเส้น ตัวลูกกลิ้งสกปรก ให้เปิดเครื่อง เอาตลับผงหมึกออก และทำความสะอาดลูกกลิ้งดู สาเหตุอีกอย่างหนึ่งคือตัวตลับไม่ได้มาตรฐาน (อาจเกิดจากตลับที่มีการนำมาใช้ใหม่) ควรตรวจดูก่อน นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้นแล้ว การตรวจสอบปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์อีกวิธีหนึ่งที่ค่อนข้าง่ายและมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับที่น่าพอใจคือ การใช้โปรแกรมตรวจสอบปัญหา เช่น Norton Utilities หรือ First Aid เป็นต้น เพียงแค่คุณติดตั้งโปรแกรมเหล่านี้ จากนั้น run โปรแกรมดู (เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี Brand ดี ๆ อาจมีโปรแกรมตรวจสอบปัญหาแถมมาให้ด้วย)

มาเรียนรู้เรื่องปัญหาของคอมพิวเตอร์ที่พบบ่อยๆ

108 ปัญหา เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่พบกันบ่อย ๆ และแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น
รวบรวมปัญหาต่าง ๆ ที่พบได้บ่อย ๆ กับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยได้พยายามรวบรวมปัญหาที่พบเห็นกันบ่อย ๆ และนำมาสรุปให้เป็นแนวทางสำหรับ การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น ๆ ได้บ้าง
ปัญหาของ Windows
หลังจาก Setup Windows ใหม่แล้วเกิดการค้าง ไม่ยอมทำการ Setup ต่อไปเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่พบบ่อย ๆ คือการตั้งค่า Virus Warning ใน bios ไว้ทำให้เครื่องไม่สามารถ เขียนข้อมูลทับลงบนส่วนของ boot record ของฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ลองแก้ใน bios ตั้งให้เป็น Disable ไว้ก่อน และหลังจากทำการ Setup Windows เสร็จแล้วค่อยตั้งเป็น Enable ใหม่
หลังจาก Setup Windows จะขึ้นข้อความ Windows Protection Errorที่พบบ่อย ๆ มากคือปัญหาของ RAM อาจจะเป็นเฉพาะช่วงที่ทำการ Setup Windows เท่านั้น (โดยที่ปกติก่อน Setup Windows จะใช้งานได้ ไม่เป็นอะไร) ให้ทดลองหา RAM มาเปลี่ยนใหม่ดู หรือหากเป็น SDRAM ให้ทดลองตั้งค่าใน bios ค่าของ CAS จากที่ตั้งเป็น 2 ลองตั้งเป็น 3 ดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง
ใช้ AMD K6II-350 ขึ้นไปลง Windows95 แล้วเกิด Error แต่ลง Windows98 ได้จะเกิดจากการใช้ CPU ของ AMD ที่มีความเร็วตั้งแต่ 350MHz ขึ้นไปกับ Windows95 วิธีแก้ไขคือไป Download Patch สำหรับแก้ปัญหานี้ที่ AMDK6UPD.EXE มาแก้ไขโดยสั่งรันไฟล์นี้แล้วบูทเครื่องใหม่ก่อน อ่านรายละเอียดที่นี่
ปัญหาของ ฮาร์ดแวร์
RAM หายไปไหนเนี่ย ใส่เข้าไป 32 M. ทำไม Windows บอกว่ามี 28 M. เอง อาการของ RAM หายไปดื้อ ๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับและขนาดที่จะโดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M หรือ 8M ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ

ใช้เครื่องได้สักพัก มักจะแฮงค์ พอปิดเครื่องสักครู่แล้วเปิดใหม่ ก็ใช้งานต่อได้อีกสักพักแล้วก็แฮงค์อีก อาจจะเกิดจากความร้อนสูงเกินไป อย่างแรกให้ตรวจสอบพัดลมต่าง ๆ ว่าทำงานปกติดีหรือเปล่า หากเครื่องทำ Over Clock อยู่ด้วยก็ทดลองลดความเร็วลงมา ใช้แบบงานปกติดูก่อนว่ายังเป็นปัญหาอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าใน bios มีระบบดูความร้อนของ CPU หรือ Main Board อยู่ด้วยให้สังเกตค่าของ อุณหภูมิ ว่าสูงเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้อาจจะทำการเพิ่มการติดตั้งหรือเปลี่ยนพัดลมของ CPU ช่วยด้วยก็ดี
มีข้อความ BIOS ROM CHECK SUM ERROR ตอนเปิดเครื่อง อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของ BIOS หมดหรือเกิดการหลวมครับ ให้ลองขยับถ่านให้แน่น ๆ ดูก่อน ถ้าไม่หายก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อนก็ดี) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการ Clear BIOS Jumper ก่อนด้วย จะเป็น Jumper ใกล้ ๆ กับ IC BIOS นั่นแหละ ทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS ใหม่ด้วย
ลืม Password ของ BIOS จะทำยังไงดี ให้ทำการถอดถ่านของ BIOS ออกสักครู่ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ทำการ Clear Jumper BIOS ก่อนด้วย หรือลองดูวิธีการ Clear/Reset Password ของ BIOS
ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ ๆ แต่หลังจากทำการ Format แล้วเครื่องมองเห็นแค่ 2G อย่างแรกให้ดูก่อนเลยว่า ใช้ระบบ FAT16 หรือ FAT32 ถ้าหากเป็น FAT16 จะมองเห็นได้สูงสุดแค่ 2G ต่อ 1 Partition เท่านั้น ต้องใช้แบบ FAT32 ครับ วิธีการคือใช้ FDISK ของแผ่น Startup Disk WIN98 มาทำ FDISK (ถ้าเป็น FDISK จาก DOS หรือ WIN95 จะเป็นแบบ FAT16) ดูวิธีการทำ fdisk และ การ format ฮาร์ดดิสก์ ที่นี่
ไม่สามารถใช้งาน ฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่า 8G. สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆเกิดจากที่ BIOS ไม่สามารถรู้จักกับ ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ ๆ ได้ จะเป็นกับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆ ที่เคยพบมาอีกแบบคือ Windows มองเห็นเกิน 8G แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จะบอกว่าฮาร์ดดิสก์ของเราเต็ม วิธีแก้ไขอย่างแรกคือ ให้ลองทำการ Update BIOS เป็น Version ใหม่ดูก่อน (ถ้าหาได้) หรือไม่ก็หา Download โปรแกรมสำหรับจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อนั้น ๆ หรืออาจจะใช้วิธีการแบ่ง Partition ให้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 8G ต่อ 1 Partition ก็อาจจะช่วยได้

ปัญหาของ ซอฟต์แวร์
หลังจากลงโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee 4.0.3 แล้วไม่สามารถบูทเข้า Windows ได้เท่าที่พบจะเกิดกับบางเครื่องเท่านั้น ปัญหาเกิดจากหลังจากที่เราติดตั้ง McAfee ลงไปแล้ว เครื่องจะทำการ Scan ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใส่เป็น Batch File ไว้ในไฟล์ autoexec.bat ซึ่งบางครั้งจะเป็นปัญหาทำให้ค้าง ไม่ยอมเข้า Windows ต่อไป วิธีแก้ไขคือ ให้เปิดเครื่องเข้าใน MS-DOS Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ขณะเปิดเครื่อง จะเข้ามาที่เมนู Microsoft Windows 98 Startup Menu เลือกข้อ 6. sefe mode command prompt only แล้วใช้คำสั่ง "edit autoexec.bat" เพื่อแก้ไขไฟล์โดยให้ลบบรรทัดที่มีคำสั่ง scan.exe ออกครับ ทำการ save file แล้วทดลองบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง
พิมพ์หน้า Web Page ออกเครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เป็นภาษาไทยไม่ได้ จะมีแต่ภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ ปัญหานี้จะเกิดกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบ อิงค์เจ็ท รุ่นใหม่ ๆ วิธีแก้ไขคือ ให้ลองหา Download Driver รุ่นใหม่ ๆ ของเครื่องพิมพ์จาก Web Site ของเครื่องพิมพ์นั้น ๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีการแก้ไขปัญหานี้แล้ว หรือไม่ก็ใช้วิธีเข้าไปตั้งค่า Regional Settings ที่ Control Panel เป็น English(USA) ก่อน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็น Thai เหมือนเดิม การตั้งค่าก็ทำโดยกดที่ Start เมนู >> Settings >> Control Panel เลือกที่ Regional Settings เปลี่ยนเป็น English(USA)
สั่ง Defrag Hard Disk แล้วไม่ยอมเสร็จ จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ วนแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ สาเหตุเกิดจากมีโปรแกรมบางตัวทำงานอยู่ในเวลานั้นด้วยและสั่งเขียนข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ เช่น Screen Saver, Winamp หรือพวก Anti Virus บางตัว ให้ทำการปิดโปรแกรมเหล่านี้ให้หมดก่อน หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows ใน Self Mode (กด F8 ตอนเปิดเครื่องแล้วเลือก Self Mode)
ใช้การ์ดจอของ TNT แล้วเมื่อพิมพ์ข้อความต่าง ๆ สระบนล่างไม่ยอมขึ้นมาทันทีต้องพิมพ์ตัวต่อไปก่อนจึงจะเห็น เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ๆ กับผู้ที่ใช้การ์ดจอของ TNT ครับให้ลองหา Driver รุ่นใหม่ ๆ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตการ์ดจอมาใช้ จะแก้ไขได้หรือใช้ Driver ของ Detonator Version 3.65 ขึ้นไป หาได้จาก http://www.3dchipset.com

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กล้า

กล้าที่จะเรื่มทำอะไรใหม่...แล้วจะรู้ว่า...ชีวิต...สนุกมาก

การทำงาน

การทำงานด้วยแรงขับจะเกิดทุกขเวทนา
ทำงานเพราะแรงจูงใจจะเกิดโลภะ
แต่การทำงานด้วยแรงบันดาลใจ จะเต็มไปด้วยความสุข

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วิจัยที่สนใจ

ศิลปในการแสดงมโนราห์ในชุมชน



ภาพนักศึกษาปริญญาโท
มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร
ศูนย์นครศรีธรรมราช

หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต
สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอทุ่งใหญ่



ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร”การพัฒนาเกษตรกรคลื่นลูกใหม่” รุ่นที่ 3 เมื่อวันที่ 9-14 มิถุนายน 2551โครงการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรคลื่นลูกใหม่เป็นโครงการของ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เผื่อผลิตเกษตรกร รุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชุมชน
โครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ( ศูนย์หลัก ) ปี 2551
ด้วยสำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งใหญ่ ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการโครงการศูนย์เรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนศูนย์หลักปี2551 ที่อำเภอได้คัดเลือกให้ตำบลท่ายางเป็นสถานที่ดำเนินการโครงการและจะต้องผ่านการพิจารณาในคณะกรรมการการบริหารศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลท่ายาง ซึ่งผลการพิจารณาของคณะกรรมการศูนย์บริการฯ ตำบลท่ายาง ได้พิจารณาให้หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 9 ตำบลท่ายางเป็นหมู่บ้านดำเนินการให้โครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ที่สรุปดำเนินการได้ดังนี้จัดทำแปลงเรียนรู้จัดทำ
กิจกรรมแปลงเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ดังนี้
1. การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์
2. การเลี้ยงหมูป่าลูกผสม
3. การเลี้ยงโคเนื้อ,โคพันธุ์พื้นเมือง
4. การเลี้ยงปลาบ่อดินธรรมชาติ
5. การเลี้ยงเป็ด ,ไก่
6. การปลูกพืช ผักสวนครัว
7. การผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ
8. การเผาถ่าน (จะได้ถ่านคุณภาพสูง ,น้ำส้มยางควันไม้)
หลักการและเหตุผล
ที่ได้เริ่มในโครงการนี้ในปัจจุบันเราเคยยอมรับว่าปัญญาขยะเป็นปัญหาที่สำคัญของมนุษย์เราทุกคน น้อยคนที่จะเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่ขยะเป็นต้นเหตุ ทำลายความสมดุลทางธรรมชาติและระบบนิเวศในพื้นที่ การทิ้งขยะแบบไร้จิตสำนึกของมนุษย์เรา นำไปสู่การทำลายสิ่งแวดล้อม แบบทางอ้อมโดยที่เราไม่เคยคิดถึง ปัญหาขยะมีตั้งแต่ขยะในครัวเรือน ขยะในชุมชน ขยะในเมือง และขยะในตลาดสดทั่วไป ถ้าขยะเหล่านี้ได้รับการคัดแยกเป็นประเภทสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนอย่างมากมาย ยกตัวอย่าง ขยะในตลาดสดเทศบาลตำบลท่ายาง ซึ่งไก้ลตัว ซึ่งสามารถแยกขยะออกได้หลายประเภท ที่สามารถนำมาทำให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเห็นได้ชัด เช่น 1. เศษผัก ได้ทำการคัดแยก บางชนิดสามารถนำไปเลี้ยงสัตว์ได้ ผักบางชนิดอาจมีสารเคมีตกค้างได้นำไปทำปุ๋ยหมัก 2. เศษผลไม้ ตามฤดูกาล ที่สามรถนำมาเลี้ยงหมูป่าลูกผสม 3. เศษหัวปลา จะเป็น อาหารที่ให้โปรตีนคุณภาพสูงที่สามารถนำมาเลี้ยงหมู ถ้าได้ผ่านการบดผสมรำข้าวสามารถนำมาเลี้ยง เป็ด ไก่ ปลา ที่ปล่อยไว้ในแปลงสาธิตอยู่แล้ว และทำปุ๋ยหมักชีวภาพได้อย่างดี 4. เศษยอดมะพร้าว นำมาทำเป็นหมากฝรั่งให้กับหมูได้เคี้ยวเล่นจะได้ไม่เครียด และลูกหมูได้เล่น 5.เศษกะลามะพร้าว สามารถนำมาให้สัตว์ได้คุ้ยเขี่ยเล่น สัตว์เลี้ยงจะได้ไม่เครียดเศษกะลามะพร้าวเมื่อสัตว์ได้คุยเขี่ยเศษมะพร้าวที่ติดมาหมดแล้วก็สามารถนำมาเผาถ่าน 6.กากมะพร้าว เป็นอาหารเลี้ยง หมู , เป็ด ,ไก่ ,ปลา 7. เศษกากถั่วเหลือง เป็นอาหาร หมู , เป็ด , ห่าน ,ไก่ , ปลา 8. เศษอาหารจากร้านอาหาร และเศษอาหารในครัวเรือน เป็นอาหาร หมู , เป็ด , ห่าน ,ไก่ , ปลา
กิจกรรมที่ดำเนินการ
1 .โครงการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ เป็นการปลูกมะนาวแบบบังคับให้ออกนอกฤดูกาลเนื่องจากปัจจุบัน มะนาว จะมีความต้องการของตลาดตลอดทั้งปี แต่จะมีอยู่ช่วงที่มะนาวมีความต้องการมาก แต่มีมะนาวออกสู่ตลาดน้อยมากทำให้มะนาวราคาแพง และยังเป็นที่ต้องการของตลาด จึ่งได้มีการคิดที่จะปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์บังคับให้ออกนอกฤดูกาลในหลายพื้นที่เพื่อจะได้มีผลผลิตทดแทนในยามที่ตลาดมีความต้องการสูง2 .โครงการเลี้ยงหมูป่าลูกผสมในช่วงระยะแรกของการเลี้ยงหมูในปี พ.ศ. 2549 เป็นช่วงหมูราคาถูก ได้ซื้อหมูเกษตรกรมาเลี้ยง จำนวน 20 ตัว เพื่อความเพลิดเพลินหลังจากเสร็จจากงานประจำ จะได้มีกิจกรรมทำยามว่าง ประกอบกับช่วงเวลานั้นได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานการเลี้ยงหมูหลุม จึงได้นำมาประยุกต์ โดยการเลี้ยงแบบเลียนแบบหมูหลุมและการเลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ ( แบบล้อมรั้วไฟฟ้า ) ในบริเวณรั้วจะมี บ่อปลา ป่าไผ่ ซึ่งเป็นทุ่งนาที่ปล่อยร้างมาก่อน ดังนั้นหมูสามารถ เล่นน้ำ วิ่งเล่น คุดคุ้ยหาหน่อไม้ไผ่ เองตามสัญชาตญาณ ปัจจุบัน มี พ่อพันธุ์ , แม่พันธุ์ , และลูกๆ ประมาณ 100 ตัวอาหารที่นำมาเลี้ยงหมู เป็นอาหารที่ได้จากตลาดสดเทศบาลในชุมชน อาหารที่นำมาเลี้ยงหมูสามารถเป็นอาหารของสัตว์อื่นที่เลี้ยงด้วย เพราะในรั้วไฟฟ้าจะปล่อย เป็ด , ห่าน ,ไก่ ,ไก่ต็อก ร่วมด้วย ดังนั้นอาหารที่เหลือจากหมูกินแล้วก็จะเป็นอาหารต่อให้กับสัตว์อื่นด้วย เปรียบเหมือนระบบนิเวศที่มีการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
ผลที่ได้จากการเลี้ยงหมูป่าลูกผสม
1.จำหน่ายหมูเต็มวัยในชุมชน
2.จำหน่ายลูกหมูแก่เกษตรที่สนใจเลี้ยงในชุมชนและพื้นที่ไกล้เคียง
3.ปุ๋ยหมักในคอกหมู นำมาปลูกผัก ,ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ในพื้นที่แปลง
การเลี้ยงโคเนื้อและโคพันธุ์พื้นเมือง โคที่เลี้ยงไว้ ปัจจุบัน มีจำนวน 5 ตัว
วัตถุประสงค์
1.ที่เลี้ยง เพื่อให้วัวได้เล็มหญ้า บริเวณแปลงที่ทำกิจกรรมผลที่ได้จากการเลี้ยงโคสามารถนำมูลวัวมาทำปุ๋ยหมัก , ปุ๋ยคอก นำมาปลูกผัก , ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ในพื้นที่แปลง
การเผาถ่านแบบใช้เตาเผาความร้อนสูงสิ่งที่ได้จากการเผาถ่านกะลามะพร้าว , เศษไม้ที่ทิ้งจากโรงงานแปรรูปไม้- ถ่านใช้ในการหูงต้มในครัวเรือน- น้ำส้มยางควันไม้
องค์ความรู้
- การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด
- การสร้างจิตสำนึกให้คนรักถิ่นฐานของตนเอง
- การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
- การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- การใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า
แปลงกิจกรรมโครงการของกระผมเกิดขึ้นจากความร่วมมือหลายท่านใคร่ขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้
1 . คุณนิติ จิตรัตน์ , คุณทิพย์อัมมร หนูดรุณ นักศึกษาปริญญาโท สาขาไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ที่ร่วม คิด ทำกิจกรรม และเป็นที่ปรึกษา
2. สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นที่ปรึกษา3
. เจ้าของสถานที่ทำกิจกรรมโครงการ คุณอาทิ แสนเรือง

วิจัยที่สนใจ

เรื่องการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชน ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช

วิจัยที่สนใจ

การใช้อินเตอรืเน็ทเพื่อการศึกษา

เรื่องที่สนใจในการทำวิจัย

เรื่องที่สนใจในการทำวิจัยครั้งนี้คือเรื่อง ครัวเรือนวิถีพอเพียง กรณีครัวเรือนบ้านคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ต้องการศึกษาถึงรูปแบบการจัดการครัวเรือนตนเอง
ขอคำแนะนำจากอ.หัสชัยและเพื่อนๆด้วยครับ

วิจัยที่สนใจ

การพัฒนาท้องถิ่นบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง

เรื่องสนใจที่จะทำงานวิจัย

การวิจัยเพื่อจัดทำแผนพัฒนาชุมชนปี2553

วิจัยที่สนใจ

การพัฒนาการทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน

พริก

สรรพคุณของพริก
พริกมีวิตามินซี สูง เป็นแหล่งของกรด ascorbic ซึ่งสารเหล่านี้ ช่วยขยายเส้นโลหิตในลำไส้และกระเพาะอาหารเพื่อให้ดูดซึมอาหารดีขึ้น ช่วยร่างกายขับถ่าย ของเสียและนำธาตุอาหารไปยังเนื้อเยื่อของร่างกาย (tissue) สำหรับพริกขี้หนูสดและพริกชี้ฟ้าของไทย มีปริมาณวิตามิน ซี 87.0 - 90 มิลลิกรัม / 100 g นอกจากนี้พริกยังมีสารเบต้า - แคโรทีนหรือวิตามินเอ สูง (พริกขี้หนูสด 140.77 RE )

พริกยังมีสารสำคัญอีก 2 ชนิด ได้แก่ Capsaicin และ Oleoresinโดยเฉพาะสาร Capsaicin ที่ นำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตภัณฑ์รักษาโรค ในอเมริกามีผลิตภัณฑ์จำหน่ายในชื่อ Cayenne สำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร สาร Capsaicin ยังมีคุณสมบัติทำให้เกิดรสเผ็ด ลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ หัวไหล่ แขน บั้นเอว และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายทั้งชนิดเป็นโลชั่นและครีม ( Thaxtra - P Capsaicin) แต่การใช้ในปริมาณที่มากเกินไป อาจมีผลกระทบต่ออาการหยุดชะงักการทำงานของกล้ามเนื้อได้เช่นกัน เพื่อความปลอดภัย USFDA ได้กำหนดให้ใช้สาร capsaicin ได้ ที่ความเข้มข้น 0.75 % สำหรับเป็นยารักษาโรค

วิจัยเรื่องลูกจันทร์เส้น

วิจัยเรื่องลูกจันทร์เส้น ม.2 บ้านร่อนนาร อ.ร่อนพิบูลย์
1.นำมาเป็นน้าลุกจันทร์
2.นำมาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ
3.นำมาทำยาแผนโบราณ

เรื่องที่สนใจ

พริก เป็นพืชในตระกูล Solanaceae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Capsicum frutescens L. ชื่อภาษาอังกฤษว่า Chilli peppers, chili, chile หรือ chilli มาจากคำภาษาสเปน ว่า chile โดยส่วนมากแล้ว ชื่อเหล่านี้มักหมายถึง พริกที่มีขนาดเล็ก ส่วนพริกขนาดใหญ่ที่มีรสอ่อนกว่าจะเรียกว่า Bell Pepper ในสหรัฐอเมริกา Pepper ในประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์, capsicum ในประเทศอินเดียกับออสเตรเลีย และ Paprika ในประเทศทวีปยุโรปหลายประเทศ พริกชนิดต่างๆ มีต้นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกา ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้มีปลูกกันในหลายประเทศทั่วโลก เพราะพริกเป็นเครื่องเทศที่สำคัญชื่อหนึ่ง และยังมีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพรด้วยเช่นกัน

สรรพคุณ
พริกมีวิตามินซี สูง เป็นแหล่งของกรด ascorbic ซึ่งสารเหล่านี้ ช่วยขยายเส้นโลหิตในลำไส้และกระเพาะอาหารเพื่อให้ดูดซึมอาหารดีขึ้น ช่วยร่างกายขับถ่าย ของเสียและนำธาตุอาหารไปยังเนื้อเยื่อของร่างกาย (tissue) สำหรับพริกขี้หนูสดและพริกชี้ฟ้าของไทย มีปริมาณวิตามิน ซี 87.0 - 90 มิลลิกรัม / 100 g นอกจากนี้พริกยังมีสารเบต้า - แคโรทีนหรือวิตามินเอ สูง (พริกขี้หนูสด 140.77 RE )

ชนิดของพริก
พริกมีหลายชนิด เช่น พริกขี้หนู พริกไทย พริกหยวก พริกเหลือง พริกชี้ฟ้า ประเทศไทยนั้นมักนิยมปลูกพริกอยู่ 2 ชนิดซึ่งได้แก่

1.พริกหวาน พริกหยวก พริกชี้ฟ้า (ในกลุ่ม C. annuum)

2.พริกเผ็ดได้แก่ พริกขี้หนูสวน พริกขี้หนูใหญ่ (ในกลุ่ม C. furtescens)
พริกยังมีสารสำคัญอีก 2 ชนิด ได้แก่ Capsaicin และ Oleoresinโดยเฉพาะสาร Capsaicin ที่ นำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตภัณฑ์รักษาโรค ในอเมริกามีผลิตภัณฑ์จำหน่ายในชื่อ Cayenne สำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร สาร Capsaicin ยังมีคุณสมบัติทำให้เกิดรสเผ็ด ลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ หัวไหล่ แขน บั้นเอว และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายทั้งชนิดเป็นโลชั่นและครีม ( Thaxtra - P Capsaicin) แต่การใช้ในปริมาณที่มากเกินไป อาจมีผลกระทบต่ออาการหยุดชะงักการทำงานของกล้ามเนื้อได้เช่นกัน เพื่อความปลอดภัย USFDA ได้กำหนดให้ใช้สาร capsaicin ได้ ที่ความเข้มข้น 0.75 % สำหรับเป็นยารักษาโรค
การค้าและอุตสาหกรรม
สีของพริกมีหลากหลาย เขียว แดง เหลือง ส้ม ม่วง และสีงาช้าง โดยเฉพาะเมื่อนำมาปลูกในเขตร้อนชื้นที่ได้รับแสงแดดตลอดวัน จะมีสี ( colorant) ที่สดใส ซึ่งสามารถนำมาในอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งการปรุงแต่งรสชาติ และสีสัน ( colouring spice ) ได้ตามความต้องการของผู้บริโภคหลากหลายผลิตภัณฑ์

มีแนวโน้มในอนาคตว่าการผสมสีในอาหารจะมาจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ และพริกเป็นพืชอายุสั้น ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้ง บริโภคสดและแปรรูป หลายหลายชนิด ดังนั้นพริกจึงจัดได้เป็นพืชผัก ที่มีศักยภาพชนิดหนึ่ง

พฤติกรรมการบริโภคและความต้องการอาหาร ในชีวิตประจำวันของผู้คน ในปัจจุบันให้ความสนใจ ในอาหารทีมีคุณค่าและประโยชน์ต่อร่างกาย สะอาด ปลอดภัยจากสิ่งตกค้างทั้งหลาย โดยเฉพาะสารเคมี กระแสความเรียกร้องสินค้าและพืชชนิดที่มีคุณภาพมีเพิ่มมากขึ้น ในตลาดที่สำคัญ โดยเฉพาะในต่างประเทศ ได้ให้ความสำคัญมาตรฐานสินค้า การรับรองสินค้า การรับรองสินค้า การตรวจสอบแหล่งสินค้าที่มาของสินค้า ดังนั้น ในระบบการผลิตสินค้าเพื่อบริโภคจะต้องมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์คุณภาพเริ่มตั้แต่แหล่งผลิตวัตถุดิบจนถึงมือ ผู้บริโภค ( From Farm to Table)

การผลิตพริกที่ดีจำเป็นจะต้องปรับระบบการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกที่เหมาะสมในท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น มีคุณภาพและคุณประโยชน์ ใช้วิธีการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ลดการใช้สารเคมีในการควบคุมศัตรูพืชและลดต้นทุน มีการจัดการก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่คุณภาพ ลดความเสียหาย และได้รูปลักษณ์ที่ดี ตรงตามมาตรฐานทั้งตลาดภายใน และต่างประเทศ ทั้งเพื่อการบริโภคสดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พริกชนิดต่าง ๆ เช่น พริกแห้ง พริกป่น พริกดอง ซ๊อสพริก น้ำพริก เครื่องแกง พริกน้ำจิ้มต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ยารักษาโรค


[แก้] สารเคมีต่างๆในพริก
ในพริกนั้นมีสารที่สำคัญคือ Capsaicin นอกจากนั้นยังมีสารอื่นๆที่ให้ความเผ็ดอีก คือ Dihydrocapsaicin ,Nordihydrocapsaicin ,Homodihydrocapsaicin ,และ Homocapsaicin

สาร Capsaicin นี้ ถูกค้นพบในรูปผลึกบริสุทธิ์โดย พี เอ บุชธอลซ์ ต่อมา แอล ที เทรชศึกษาสารนี้และให้ชื่อว่า Capsaicin มีสูตรทางเคมีคือ C18H27NO3 ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคืองต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยทำให้ประสาทรับความรู้สึกไหม้ที่เนื้อเยื่อ กระตุ้นการผลิตเมือกออกมาป้องกันการระคายเคืองและกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยย พืชจำพวกพริกนี้จะผลิตสารนี้ออกมาเพื่อป้องกันการถูกบริโภคโดยสัตว์กินพืช โดยสารนี้จะพบในเนื้อเยื่อของผลพริก มากกว่าในเมล็ค นอกจากนี้ยังมีการค้นพบว่า แมงมุมทาแรนทูลาก็มีพิษซึ่งมีส่วนประกอบด้วยเช่นกันของสารนี้เช่นกันสาร capsaicin บริสุทธิ์จะมีลักษณะเป็น คริสตัล หรือ ไขใสๆ ไม่มีกลิ่น และมีคุณสมบัติไม่ชอบน้ำ

กลุ่มของสารเคมี Capsaicinoid ได้แก่

Capsaicin
Dihydrocapsaicin
Nordihydrocapsaicin
Homodihydrocapsaicin
Homocapsaicin
โดยที่ Capsaicin จะพบในพริกมากที่สุด คือ 97% และให้รสเผ็ดมากที่สุด

นักเคมีชื่อ วิลเบอร์ สโควิลล์ ได้ศึกษาปริมาณสาร capsaicin ในพริกแต่ละสายพันธุ์ จากทั่งโลก และใช้ข้อมูลนี้ จัดทำสเกลสโควิลล์ขึ้น ซึ่งเป็นสเกลซึ่งวัดความเผ็ดของพริกเมื่อเทียบกับสารcapsaicin บริสุทธิ์ แต่กรรมวิธีการตรวจสอบสาร Capsaicin ของ สโควิลล์ไม่เที่ยงตรงเนื่อจากเขาใช้การสกัดน้ำจากพริกชนิดนั้นๆมาแล้วให้อาสาสมัคร 5 คนลองชิมแล้วให้ความเห็นว่าพริกนั้นเผ็ดประมาณระดับไหน ความไม่เที่ยงตรงนี้ทำให้มีผู้พัฒนาวิธีตรวจสอบสารนี้ในพริกใหม่ โดยให้ชื่อว่า high performance liquid chromatography ซึ่งเป็นการวัดความร้อนที่สารเคมีนี้ผลิตออกมา และนำไปคำนวณโดยใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ ซึ่งจะได้สเกลแบบใหม่คือ ASTA pungency ยูนิต

สารสำคัญอีกอย่างที่มีอยู่ในพริกและมีประโยชน์ในด้านต้านมะเร็งคือ แคโรทีนอยด์ เราจะสามารถสังเกตได้เลยว่าผักผลไม้ใดมีสารนี้หรือไม่โดยดูจากสี เหลือง ส้ม และ แดง แคโรทีนอยด์นี้ก็คือรูปแบบหนึ่งของสารแคโรทีน โดยมีการรวมตัวกับออกซิเจนทำให้เป็นแคโรทีนอยด์ ในพริกจะมีเบต้าแคโรทีนมากกว่าแอลฟ่าแคโรทีน สารเบต้าแคโรทีนนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก กล่าวคือ เมื่อถูกย่อยในลำไส้เล็กแล้ว จะกลายเป็น เรตินอลซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินเอ และจะถูกเก็บสะสมไว้ในตับเพื่อนำไปใช้ในคราวจำเป็น เบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานได้ดี นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับการรับประทานแคโรทีนอยด์สังเคราะห์ในรูปแบบยาเม็ดอาหารเสริม ซึ่งในปัจจุบัน ได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพเป็นจำนวนมาก พวกเขาพบว่าการรับประทานเม็ดแคโรทีนสังเคราะห์เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอด และมะเร็งอีกหลายชนิดมากขึ้น เนื่องจากในยาเม็ดสังเคราะห์จะมีปริมาณแคโรทีนอยด์มากเกินความจำเป็นต่อร่างกาย แต่พวกเขายังไม่ได้ทำการวิจัยในสารแคโรทีนอยด์ธรรมชาติซึ่งมาจากพืช การรับประทานแคโรทีนอยด์มากไปก็ส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน ถึงแม้จะเป็นแคโรทีนอยด์จากผักผลไม้ธรรมชาติสดๆ การรับประทานแครอทหรือผักผลไม้ที่มีสารแคโรทีนอยด์มากเกินไป จะทำให้ผิวหนังเป็นสีเหลือง ซึ่งเรียกว่า ภาวะ carotenemia นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่ภาวะที่ร่างกายมีวิตามินเอมากเกินไปด้วย ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

สารสุดท้ายในพริกที่จะกล่าวถึงคือกรด ascorbic acid ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี C6H8O6 วิตามินซี ละลายน้ำได้ พบได้ทั่วไปในพืช และผลไม้ทุกชนิด นอกจากนี้ยังพบในสัตว์หลายชนิดอีกด้วย เป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เป็นตัวการร่วมในการสังเคราะห์สารชีวโมเลกุลในสัตว์ เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลาเจนซึ่งเป็นโครงสร้างของผิวหนังและหลอดเลือด และช่วยในการขนส่งไขมันไปยังไมโทรคอนเดรียให้สันดาปอาหารได้เป็นพลังงาน

ในสมัยก่อน ยุคที่อังกฤษล่าอาณานิคม ลูกเรือที่เดินทางข้ามทวีปโดยใช้เวลาเป็นเดือน ๆ มักเป็นโรคลักปิดลักเปิด หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน เจมส์ ลินด์ หมอของบริษัทการค้าอินเดียตะวันออกเป็นคนแรกที่สรุปว่าสารบางอย่างในผลไม้จำพวกส้ม สามารถรักษาโรคลักปิดลักเปิดได้ อีกหลายร้อยปีต่อมา อัลเบิรต์ กอยจี้และทีมนักวิจัย สามารถแยกวิตามินซีบริสุทธิ์ได้ และตั้งชื่อมันว่ากรดแอสคอบิก

ปริมาณวิตามินซีที่แนะนำต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ชายคือ 90 มิลลิกรัม หญิงคือ 75 มิลลิกรัม ถ้าหากรับประทานเกินความจำเป็นของร่างกาย ทำให้ปวดท้อง และอาจทำให้ท้องเสียได้

คอมฯ วันนี้

ได้ความรู้เยอะจัง แต่ตามอาจารย์ไม่ทัน

ผึ้งโพรง


การเลี้ยงผึ้งแบบผสมผสานเทดนิดสมัยใหม่กับภูมิปัญญาชาวบ้าน

ผึ้งโพรง

การนำเทดนิดสมัยใหม่ผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน

เครื่องปั้นดินเผา

มรดกทางวัฒนธรรมแหล่งโบราณคดี
แหล่งโบราณคดีเมืองโบราณนครศรีธรรมราช อยู่ในเขตตำบลในเมือง อำเภอเมือง ฯ เป็นเมืองโบราณอยู่บนแนวสันทราย มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วางตัวตามแนวทิศเหนือ - ใต้ มีคูเมือง กำแพงเมืองล้อมรอบอย่างละหนึ่งชั้น มีความกว้างประมาณ ๕๐๐ เมตร ยาวประมาณ ๒,๒๔๐ เมตร หน้าเมืองอยู่ทางทิศเหนือ คูเมืองทางทิศเหนือและทิศใต้ใช้ลำน้ำธรรมชาติเป็นแนวคูเมือง ได้แก่ คลองนครน้อย เป็นคูเมืองด้านทิศเหนือ และคลองปาเหล้า (คลองท่าดี) เป็นคูเมืองด้านทิศใต้ คูเมืองด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นคลองขุด ชักน้ำจากคลองธรรมชาติให้ไหลมาประจบกัน โบราณสถานที่เก่าที่สุดที่สามารถกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปกรรมได้คือ พระบรมธาตุเจดีย์ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นเจดีย์ทรงกลมศิลปะลังกาแบบที่พบในเมืองโปโลนนาลุวะ ประเทศศรีลังกา มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ แหล่งโบราณคดีวัดมเหยงคณ์ (ร้าง) อยู่ที่บ้านลุ่มโหนด ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา พบเนินโบราณขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร เป็นแนวกองอิฐกระจัดกระจายอยู่ตลอดเนิน พบชิ้นส่วนธรรมจักรดินเผา มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๓ แหล่งโบราณคดีหาดทวนไม้สูง อยู่ที่บ้านชุบโรง ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา พบหลักฐานชุมชนโบราณนับถือพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน มีการสร้างสถูปตามแบบวัชรยาน สำหรับบรรจุวัดถุมงคลและพระพิมพ์ มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘
แหล่งโบราณคดีวัดพระนางตรา อยู่ในเขตตำบลไทรบุรี อำเภอท่าศาลา พบซากอุโมงค์เก่าเหลือแต่ฐานเนินดิน ซากเจดีย์มีขนาด ๑๐ x ๑๐ เมตร พบพระพิมพ์ดินเผาศิลปะแบบลพบุรี มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๘ พระพุทธรูปสำริดปางแสดงธรรม มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ แหล่งโบราณคดีบ้าน อยู่ในเขตตำบลถ้ำโลน อำเภอลานสกา พบประติมากรรมรูปปั้นเทวสตรี มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๒๐ แหล่งโบราณคดีวัดหว้ายาน (ร้าง) อยู่ในเขตตำบลมะม่วงสองต้น อำเภอเมือง ฯ พบพระพุทธรูปศิลปะทวาราวดี สูง ๑๐๕ เซนติเมตร พระเศียรและพระหัตถ์ทั้งสองข้างหักหายไป สันนิษฐานว่าเป็นปางแสดงธรรม ห่มจีวรแบบคลุม จีวรบางแนบพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับชุมชนทวาราวดี ในภาคกลางของประเทศไทย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ แหล่งโบราณคดีบ้านเทพราช อยู่ในเขตตำบลเทพราช อำเภอสิชล เป็นเนินโบราณสถานรูปร่างเกือบกลม มีขนาดประมาณ ๒๐ x ๒๐ เมตร สูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ ๑ เมตร มีสระน้ำโบราณอยู่สามสระตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของเนินโบราณสถาน แหล่งโบราณคดีบ้านนาเหรง อยู่ในเขตตำบลนากราย อำเภอท่าศาลา พบเนินโบราณสถานขนาด ๓๐ x ๓๒ เมตร สระน้ำโบราณ บ่อน้ำโบราณ และโบราณวัตถุได้แก่ฐานโยนี ธรณีประตู กรอบประตู แหล่งโบราณคดีบ้านนูด อยู่ในเขตตำบลลาย อำเภอท่าศาลา พบเนอนดินโบราณสถาน เป็นเนินดินรูปร่างเกือบกลม ขนาด ๒๐ x ๒๗ เมตร สูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ ๑ เมตร พบสระน้ำโบราณสองสระ
แหล่งโบราณคดีวัดเกาะพระนารายณ์ อยู่ในเขตตำบลไทรบุรี อำเภอท่าศาลา พบเนินดินโบราณสถานและเทวรูปพระวิษณุสององค์ มีอายุอยู่ประมาณครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ ๑๓
แหล่งโบราณคดีโมคลาน อยู่ที่บ้านโมคลาน ตำบลโมคลาน อำเภอท่าศาลา พบเนินดินโบราณสถานขนาดใหญ่ เป็นที่ตั้งชุมชนโบราณ นับถือศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖ พบซากโบราณสถาน ซึ่งน่าจะเป็นทรากเทวาลัย ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมได้แก่ ฐาน เสาอาคาร ธรณีประตู กรอบประตู หลักหิน บางหลักมีการแกะสลักลวดลาย ศิวลึงค์ศิลา ฐานโยนี และพบว่าชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมในศาสนาพราหมณ์ได้ถูกดัดแปลงเป็นพุทธสถาน พบชิ้นส่วนพระพุทธรูปปูนปั้น เม็ดพระศกพระพุทธรูป มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๓ ในสมัยอยุธยา แหล่งโบราณคดีทุ่งน้ำเค็ม อยู่ในเขตตำบลโมคคัลาน อำเภอท่าศาลา ห่างจากแหล่งโบราณคดีโมคคัลลานไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือสองกิโลเมตร สภาพเป็นที่ราบลุ่ม อยู่ระหว่างคลองโต๊ะเน็งและคลองอู่ตะเภา พบเหรียญกษาปณ์แบบทวารวดีบรรจุอยู่ในไหจำนวน ๑๕๐ เหรียญ มีลวดลายสัญลักษณ์เป็นรูปพระอาทิตย์และศรีวัตสะ มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔ แหล่งโบราณคดีบ้านตีน อยู่ในเขตตำบลฉลอง อำเภอสิชล แหล่งโบราณคดีบ้านสีสา อยู่ในเขตตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล เป็นโบราณสถานรูแสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด ๒๕ x ๔๖ เมตร สูงประมาณ ๔ เมตร พบแผ่นธรณีประตูและสระน้ำโบราณ แหล่งโบราณคดีบ้านหัวทอน อยู่ในเขตตำบลเสาเภา อำเภอสิชล ลักษณะเป็นเนินดินรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มุมมน ขนาด ๔๒ x ๕๘ เมตร สูงประมาณ ๕ เมตร พบศิวลึงค์หนึ่งชิ้น มีลักษณะที่น่าจะแสดงพัฒนาการระหว่างกลุ่มศิวลึงค์แบบเหมือนจริงกับกลุ่มประเพณีนิยม โดยมีสัดส่วนของพรหมภาค วิษณุภาค และรุทธภาค ไม่เท่ากัน ส่วนรุทธภาคมีขนาดใหญ่และสูงกว่า มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๒ พบสระน้ำโบราณและบ่อน้ำโบราณ เป็นบ่อทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสามเมตร แหล่งโบราณคดีวัดเบิก อยู่ที่บ้านดอนม่วง ตำบลฉลอง อำเภอสิชล พบเนินโบราณสถานและสระน้ำโบราณ ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม ได้แก่ กรอบประตู จำนวน ๓ ชิ้น แหล่งโบราณคดีบ้านนาหัน อยู่ในเขตตำบลฉลอง อำเภอสิชล มีลักษณะเป็นเนินดินสูงประมาณเจ็ดเมตร พบฐานเสาแผ่นธรณีประตูทำจากหินปูน แหล่งโบราณคดีวัดจอมทอง อยู่ที่บ้านจอมมทอง ตำบลสิชล อำเภอสิชล พบพระวิษณุศิลา อายุปประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๓ พบชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมได้แก่ ธรณีประตู มีอยู่ชิ้นหนึ่งมีจารึกอักษณปัลลวะ รุ่นเดียวกับที่พบในศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย พบกรอบประตู พระพุทธรูปมีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๘ และพระพิมพิ์เป็นจำนวนมาก มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๙
แหล่งโบราณคดีวัดนาขอม (ร้าง) อยู่ที่บ้านนาขอบ ตำบลสิชล อำเภอสิชล พบเนินโบราณสถานขนาดใหญ่ กลางเนินพบศิวลึงค์ห้าชิ้น แต่ละชิ้นมีขนาดต่างกัน ตั้งแต่ขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่มาก มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๓ พบพระพิมพิ์ดินเผาศิลปะเขมร เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้วหกองค์ องค์ประธานนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้วทรงปราสาทเขมร มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๘ พบเครื่องถ้วยจีนแบบลายครามสมัยราชวงศ์เหม็ง เครื่องถ้วยสุโขทัย ลักษณะเป็นกระปุกขนาดเล็ก บรรจุเถ้าอิฐของคนตายแล้วนำไปบรรจุไว้ตามเจดีย์ พบพระพุทธรูปศิลปะท้องถิ่นนครศรีธรรมราช สร้างเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๒ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้เดิมคงเป็นเทวสถานพราหมณ์ลัทธิไศวนิกายมาก่อน จนประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ จึงได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นวัดในพระพุทธศาสนา มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวณณาที่ ๑๒ - ๒๒ แหล่งโบราณคดีบ้านไสสับ อยู่ในเขตตำบลฉลอง อำเภอสิชล มีลักษณะเป็นเนินสูงเหมือนจอมปลวก พบอิฐจำนวนมาก เมื่อขุดลงไปในเนินนั้น เมื่อรื้ออิฐออกพบหิน เมื่อขุดลึกลงไปจากผิวดินลึกหนึ่งเมตรได้พบฐานโยนิ ฐานเสาและธรณีประตู แหล่งโบราณคดีวัดพระโอน (ร้าง) อยู่ในเขตตำบลฉลอง อำเภอสิชล พบเนินโบราณ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด ๒๕ x ๓๖ เมตร สูงประมาณ ๒ เมตร พบบ่อน้ำโบราณรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสหนึ่งบ่อ มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตววรรษที่ ๑๑ - ๑๔ แหล่งโบราณคดีเขาคา อยู่ในเขตตำบลเสาเภา อำเภอสิชล พบเทวสถานพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย บนยอดเขาคาคงเป็นที่ประดิษฐานเทวาลัย ที่สำคัญที่สุดในละแวกนี้ โดยมีแหล่งเทวาลัยเล็ก ๆ ที่พบกระจายอยู่รอบเขาคาเป็นบริวาร สิ่งสำคัญที่พบบนเขาคาคือ เทวสถานสี่หลัง สระน้ำโบราณสามสระ ศาสนาสถานที่ตั้งศิวลึงค์หนึ่งแห่ง พบชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมได้แก่ ฐานเสา ธรณีประตู กรอบประตู เศษอิฐ ประดับอาคาร โบราณวัตถุได้แก่ ฐานโยนี พระวิษณุศิลา ท่อโสมสูตร มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔ แหล่งโบราณคดีบ้านต่อเรือ (วัดเทพราช - ร้าง) อยู่ในเขตตำบลเทพราช อำเภอสิชล ลักษณะเป็นเนินรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสมุมมน ขนาดประมาณ ๔๕ - ๔๕ เมตร พบสระน้ำหนึ่งสระและศิวลึงค์ขนาดใหญ่ มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๓ แหล่งโบราณคดีบ้านไสหิน อยู่ในเขตตำบลเสาภา อำเภอสิชล พบเนินโบราณสถานรูปสี่ดหลี่ยมผืนผ้า ขนาด ๕๓ x ๙๐ เมตร สูงประมาณ ๒ เมตร พบชิ้นส่วนสวถาปัตยกรรมได้แก่ ฐานเสา อาคาร และสระน้ำโบราณสองสระ แหล่งโบราณคดีบ้านพรหมโลก อยู่ในเขตตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี ตั้งอยู่ระหว่างคลองปลายอวนกับคลองนอกท่า พบศิวลึงค์ขนาดใหญ่ มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔
แหล่งโบราณคดีวัดคันนาราม อยู่ที่บ้านนาสาร กิ่งอำเภอพระพรหม พบเศียรพระพุทธรูปศิลา สูง ๓๐ เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปศิลปอินเดียและชวา พระพักตร์อิ่มรูปสี่เหลี่ยม เม็ดพระศกรูปหอยใหญ่ อุษณีษะเป็นรูปกรวย พระเนตรเหลือบมองต่ำ พระโอษฐ์เล็ก อันเป็นลักษณะพระพุทธรูปแบบภาคใต้ มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔
แหล่งโบราณคดีวัดพระเพรง อยู่ใกล้วัดพระเพรง ในเขตตำบลนาสาร กิ่งอำเภอพระพรหม มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๐ - ๑๑ พบเทวรูปพระวิษณุศิลา ประทับยืนบนปัทมอาสน์ ทำด้วยสำริด สูง ๑๙ เซนติเมตร มีสี่กร พระหัตถ์หน้าขวาแสดงปางประทานพร พระหัตถ์หน้าซ้ายถือนิโลตบล (ดอกบัวสีน้ำเงิน) พระหัตถ์หลังขวาถือลูกประคำ พระหัตถ์หลังซ้ายถือหนังสือ เกล้าพระเกศาเป็นมวยทรงสูง เรียกชฎามงกุฎ มีรูปพระธยานิพุทธอมิตาภะ ปางสมาธิประดับบนมวยผม คล้องสายยัชโญปวีด เฉียงบนพระอังสะซ้าย ทรงผ้ายาวกรอบพระบาทคาดทับด้วยหนังสือที่บริเวณพระโสณี จะเห็นหัวเสือที่พระโสณีเบื้องขวา มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔ แหล่งโบราณคดีวัดโพธิ์ท่าเรือ (ร้าง) อยู่ในเขตตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง ฯ เดิมมีซากเจดีย์อยู่เก้าองค์ มีพระพุทธรูปหินทรายแดงสามองค์ เมื่อมีการขุดเจดีย์ไเด้พบพระพิมพ์ทั้งที่เป็นดินเผาและเนื้อชินเงิน ศิลปะลพบุรี มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พบชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมได้แก่ เสาหิน แกะสลักลวดลาย คล้ายกับเสาหินที่พบที่แหล่งโบราณคดีโมคลาน แต่ที่โคนเสาแกะสลักลวดลายดอกไม้ พบแผ่นหินขนาดกว้างประมาณ ๓๖ - ๔๒ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๒๕ - ๑๘๐ เซนติเมตร หนาประมาณ ๒๑ - ๓๐ เซนติเมตร จำนวนเจ็ดแผ่น แกะสลักตรงกลางเป็นลายดอกไม้ห้ากลีบ ที่บริเวณทั้งสองข้างของแวผ่นหินแกะสลักเป็นรูปคล้ายบัวหัวเสา คล้ายกับศิลปะโจฬะตอนปลาย มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙
แหล่งโบราณคดีบ้านท่าเรือ อยู่ในเขตตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง ฯ ในคลองท่าเรือ พบเครื่องถ้วยชามจีนจำนวนมากจมอยู่ในคลอง เป็นเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ถัง เป็นไหเคลือบสีเขียวมะกอก มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๕ เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ซ้อง เช่น ตลับเคลลือบสีเขียว ชามเซลาดอนเคลือบสีเขียว มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๑๙ แหล่งโบราณคดีกลุ่มชุมชนโบราณคลองท่าเรือ น่าจะเป็นแหล่งเมืองเก่าค้าขายกับดินแดนโพ้นทะเลมาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ โดยใช้คลองท่าเรือเป็นเส้นทางคมนาคม ค้าขายแลกเปลี่ยนต่อ ๆ กันมาเป็นเวลากว่าพันปี
แหล่งโบราณคดีเมืองโบราณพระเวียง อยู่ในเขตตำบลเมือง อำเภอเมือง ฯ เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่บนแนวสันทราย อยู่ถัดจากเมืองโบราณนครศรีธรรมราช ลงมาทางทิศใต้ประมาณ ๖๐๐ เมตร ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตามแนวทิศเหนือ - ทิศใต้ มีคูเมืองล้อมรอบหนึ่งชั้น ตัวเมืองกว้างประมาณ ๔๕๐ เมตร ยาวประมาณ ๑,๑๐๐ เมตร คูเมืองวด้านวทิศเหนือและทิศใต้ ลำน้ำธรรมชาติเป็นแนวคูเมืองได้แก่ คลองสวนหลวงและคลองคูพาย ด้านทิศตะวันตกเป็นคลองหัวหว่อง และด้านทิศตะวันออกเป็นคลองขุดเชื่อมชักน้ำจากคลองธรรมชาติ ทำให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ภายในเมืองมีวัดโบราณ๊อยู่หลายแห่งได้แก่ วัดสวนหลวงตะวันออก (ร้าง) ปัจจุบันเป็นที่ตั้งพิพิทธภัณฑ์สถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช เคยขุดพบภาชนะดินเผาลักษณะเป็นหม้อปากผายมีเชิง บริเวณลำตัวและไหล่ภาชนะ ตกแต่งด้วยลายก้านขดเครือเถา ลักษณะคล้ายกับลวดลายในศิลปะชวาภาคกลาง ที่มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔ นอกจากนี้ยังพบกุณทีทรงกลมคอกว้าง มีพวยคล้ายกับกุณทีของจีน มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๐ แหล่งโบราณคดีวัดสระเหรียงหรือวัดสระเนรมิต อยู่ในเขตตำบลเสาธง อำเภอร่อนพิบูลย์ พบเนินโบราณสถานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด ๕๒ - ๕๘ เมตร มีกำแพงแก้วก่ออิฐล้อมรอบทั้งสี่ด้าน เนินสูงประมาณ ๔ เมตร มีคูน้ำกว้างประมาณ ๑๐ เมตร ล้อมรอบ พบชิ้นส่วนอาคารสถาปัตยกรรมใต้ฐานเสาอาคารสี่เสา ธรณีประตูหินปูนหนึ่งชิ้น และเศษอิฐกระจายอยู่ทั่วไป ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ห่างจากโบราณสถานประมาณ ๑๐๐ เมตร มีสระน้ำโบราณหนึ่งสระ ขนาดประมาณ ๖๐ - ๖๐ เมตร เนินดินแห่งนี้น่าจะเป็นเทวาลัยของพราหมณ์มาก่อน มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔ แหล่งโบราณคดีทั้ง ๑๒ แห่งนี้ แสดงหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนนแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๐ - ๑๑ เป็นต้นมา เว้นแต่กลุ่มชนโบราณคลองท่าเรือแห่งเดียวที่มีอายุเก่าไปถึงประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๐ - ๑๑

เรื่องสนใจที่จะทำงานวิจัย



การรวิจัยทำแผนพัฒนาชุมชนปี 2553 ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการวิจัย คือได้รับทราบถึงปัญหาจุดบกพร่องในชุมชน เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขจัดทำแผนพัฒนาชุมชนต่อไป

ภาพนักศึกษา


เรื่องที่สนใจ by เชยจัง


เรื่องที่สนใจตอนนี้คือต้องการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาอ่างเก็บน้ำของบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 3 ให้เป็นแหล้งท่องเที่ยวประจำอำเภอทุ่งใหญ่

เรื่องที่สนใจในชุมชน


ผมสนใจเรื่องสมุนไพรรักษาพิษงู กรณีศึกษาของวัดพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช และขั้นตอนการรักษาคนถูกงูกัด และศึกษาสมุนไพรต่างๆที่ใช้ในการรักษาพิษงู

งานวิจัยที่ผมสนใจจะทำ


วิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาจุดยืนของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ

1. เน้นให้ชาวบ้านเป็นคนกำหนดบุคลิคภาพและความสามารถของผู้บริหาร

2. ให้ผู้บริหารหาจุดยืนของตัวเองให้ได้

3.งานที่จะทำต้องให้ผู้บริหารกำหนดกรอบให้ชัดเจน

4.ต้องเป็นผู้บริหารที่ดีในสายตาของคนทุกท้องที่

สิ่งที่สนใจ


สิ่งที่ผมสนใจเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน เช่น
1. ชุมชนบ้านคีรีวง กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ และกลุ่มทะเรียนกวนห่อใบกาบหมาก
2. ชุมชนไม้เรียง เรื่องการทำแล๊บท้องทุ่ง โดยประชาชนในชุมชนผู้ดำเนินการ และการจัดระบบภายในชุมชน

เรื่องที่สนใจ

เรื่องที่สนใจจะศึกษา

โครงการวิจัย เรื่อง
การมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการจัดการการเงินชุมชนโดยความร่วมมือ ระหว่างองค์กรภายใน และ ภายนอก ชุมชนลานสกา
ขณะนี้โครงการวิจัยดังกล่าวอยู่ในกระบวนการเขียนโครงร่างการวิจัยอยู่ครับ

เรื่องที่สนใจ (งานวิจัย)


กระผม มีความสนใจที่จะศึกษาเรื่อง ภูมิปัญญาหมอนวดพื้นบ้าน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ:-

1. เพื่อที่จะศึกษาความเป็นมาและวิธีการรักษาภูมิปัญญาของหมอนวดพื้นบ้าน

2. เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยที่มารักษษด้วยภูมิปัญญาหมอนวดพื้นบ้าน

3. เพื่อนำความรู้มาเผยแพร่ต่อไป


(นายอนันต์ รัตนพงศ์)

เรื่องที่สนใจ (งานวิจัย)

กระผม มีความสนใจที่จะศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับภูมิปัญญาหมอนวดพื้นบ้าน เพราะหมอนวดพื้นบ้านเป็นภูมิปัญญาสาขาหนึ่งที่ช่วยรักษาผู้ป่วยให้หาย
นายอนันต์ รัตนพงศ์)

ป่าต้นน้ำ

ป่าคือชีวิตเราจึงมีความจำเป็นในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำเพื่อเก็บรัษาน้ำเอาไว้และค่อยๆปล่อยออกมาในช่วงฤดูแล้ง

โครงการวิจัย

ผม นายเพโท ตรีราภี
สนใจที่จะวิจัย
โครงการวิจัย เรื่อง
การมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการจัดการการเงินชุมชนโดยความร่วมมือ ระหว่างองค์กรภายใน และ ภายนอก ชุมชนลานสกา
ขณะนี้โครงการวิจัยดังกล่าวอยู่ในกระบวนการเขียนโครงร่างการวิจัยอยู่ครับ

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การนำเสนอด้วยอีบุค

โดยการใช้เส้นเฟรมกั้นหน้าจอ 2 เส้น คือเส้นคาดในแนวนอน และเส้นลากต่อลงมาในแนวดิ่งในลักษณะ

ลักษณะตัวที ด้านบนตัวทีใช้สำหรับเขียนชื่อเรื่อง
ด้านซ้ายของตัวทีสำหรับทำเมนูหนังสือ ส่วนด้านขวาเป็นช่องแสดงเนื้อหาจากการคลิกหัวข้อเมนูทางด้านซ้าย

การนำเสนอด้วย แผนที่ภาพ

ลักษณะ เป็นการใช้ภาพในการนำเสนอ แล้วคลิกที่ส่วนต่างๆ ของภาพ แล้วจะไปเปิดภาพใหม่หรือแฟ้มเอกสารใหม่ หลักการทำ ทำโดยการใช้เครื่องมือวาดมาล้อมส่วนที่ต้องการจะคลิกแล้วเชื่อมโยงไปเปิดแฟ้มใหม่ พื้นที่ที่ล้อมรอบไว้ ไม่ให้เติมสีและเส้นขอบ จากนั้นใช้คำสั่ง เชื่อมโยงหลายมิติ ไปเปิดแฟ้มใหม่ และเช่นเดียวกันในการทำจุดคลิกอื่นๆ ต่อไป

การนำเสนอด้วยเวิร์ดอย่างง่าย

โดยพิมพ์รายการที่นำเสนอเรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่น

เรื่องอาหาร

1. เนื้อสัตว์

2. แป้งหรือข้าว

3. ผักผลไม้






เนื่อสัตว์ เช่น ปลา ไก่








แป้ง จากข้าว ข้าวสาลี และข้าวโพด








ผักผลไม้ ผักกาด กะหล่ำ บล็อกเคอรี มังคุด ลำใย สับปะรด

การนำเสนอโดยวิธีนี้นั้นเมื่อคลิกที่ รายการลำดับที่ 1 คือเนื้อสัตว์แล้วเคอเซอร์จะเลื่อนมาที่ตำแหน่งที่ได้ทำที่คั่นหน้าไว้ และต่อๆ ไปเมื่อคลิกที่รายการต่อไปเคอเซอร์ก็จะเลื่อนมาอยู่ที่รายการที่ทำที่คั่นหนังสือถัดไป และต่อๆ ไปในรายการอื่นๆ
เทคนิคในการทำคือต่อเชื่อมโยงหรือลิงค์ (Link) โดยใช้คำสั่ง เชื่อมโยงหลายมิติหรือ hyperlink ที่แต่ละรายการให้ชี้ไปยังตำแหน่งที่คั้นหน้า

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ประเพณีและวัฒนธรรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สุราษฎร์ธานีมีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณ จากหลักฐานโบราณคดีที่ค้นพบแสดงว่าดินแดนนี้เคยเป็นศูนย์กลางของความเจริญทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์ ประเพณีส่วนใหญ่ของชาวสุราษฎร์ธานีจึงเกี่ยวพันอยู่กับศาสนาดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีประเพณีของชาวไทยอิสลามในบางท้องถิ่น ซึ่งเข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ในระยะหลังอีกด้วย
ต่อไปนี้จะกล่าวถึงประเพณีบางประเพณี โดยจะแยกกล่าวถึงประเพณีของชาวไทย ประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีน และประเพณีของชาวไทยอิสลาม

ประเพณีของชาวไทย
1. ประเพณีการเกิด
การเกิดเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของมนุษย์ที่มีเพศสัมพันธ์กัน เป็นการสืบทอดเผ่าพันธุ์ในทางจารีตประเพณีมีการแต่งงานเพื่อใช้ชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัวใหม่ และเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งก็จะมีสายโลหิตสืบทอดตระกูล คนไทยมีความเชื่อเกี่ยวกับการเกิดใหม่ของทารกและสืบทอดความเชื่อนั้น มาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่ๆ ทำให้ความเชื่อนั้นหมดไป แต่ส่วนหนึ่งก็ยังคงอยู่โดยเฉพาะในสังคมชนบท
ชาวสุราษฎร์ธานีมีความเชื่อว่า ทารกที่มาเข้าท้องของคนที่จะเป็นมารดานั้นเป็นการจุติของเทวดา บางท้องที่จึงห้ามเด็กไม่ให้ชี้หรือทักผีพุ่งใต้ เพราะจะทำให้สิ่งที่จะมาเกิดนั้นไปเกิดในท้องหมา เมื่อมารดาเริ่มตั้งครรภ์จะมีอาการแพ้ท้องบางคนอยากกินของแปลกๆ เช่น ข้าวดิบ ดินสอพอง กระเบื้องมุงหลังคา ฯลฯ คนเฒ่าคนแก่จะแนะนำให้รู้จักวิธีรักษาสุขภาพโดยไม่ให้ทำงานหนักทำจิตใจให้สบาย ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ไปร่วมงานศพ และหมั่นทำบุญตักบาตรทุกวัน เพื่อจะได้อธิษฐานให้ทารกในครรภ์มีอาการครบทั้ง 32 ประการ เป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ถ้าเด็กดิ้นมากโตขึ้นจะเป็นเด็กซุกซน นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามสำหรับคนตั้งครรภ์อีกหลายประการด้วยกัน เช่น ห้ามอาบน้ำตอนกลางคืนเพราะพรายจะมาเกิดหรือเมื่อคลอดลูกจะแฝดน้ำ ห้ามคิดถึงลูกในท้องที่ไม่เป็นมงคล ห้ามมองภาพที่ไม่น่าดู น่ากลัว ห้ามไปดูศพคนตาย ห้ามเตรียมของสำหรับเด็ก ฯลฯ แม้อาหารการกินก็มีข้อห้ามและข้อปฏิบัติหลายอย่าง เช่น ไม่ควรรับประทานอาหารประเภท เนื้อ ไข่ อาหารหวาน เพราะจะทำให้คลอดยากห้ามรับประทานอาหารรสเผ็ดจัดเพราะจะทำให้ลูกหัวล้าน ควรรับประทานข้าวกับปลาเค็มหรือปลาตัวเล็กๆ และดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนมากๆ เพราะจะทำให้คลอดง่าย
ขณะที่มีครรภ์ใกล้ถึงกำหนดคลอด แม่ทาน (หมอตำแย) จะมาคัดท้องให้บ่อยๆ เพื่อให้คลอดง่ายและไม่เข็ดเมื่อย พอถึงกำหนดคลอดมักจะไปคลอดที่บ้านบิดามารดาของฝ่ายหญิง สามีและญาติมิตร เพื่อนบ้านจะมาช่วยจัดเตรียมหาฟืน ถ่าน แคร่สำหรับอยู่ไฟ และของจำเป็นอื่นๆ เมื่อถึงกำหนดคลอดในห้องคลอดจะเหลือแต่แม่ทานกับผู้คลอดเท่านั้น แม่ทานจะเป็นผู้ทำคลอด เมื่อทารกคลอดออกมาแม่ทานจะรีบล้วงสิ่งที่ตกค้างอยู่ในปากออกให้หมด ตัดสายสะดือด้วยไม้ไผ่แล้วใช้ด้ายเหนียวผูกสายสะดือ เอารอยตัดที่อยู่กับรกมาจุ่มตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเด็ก
จุ่มที่ปาก แม่ทานจะกล่าวว่า ปากจงกล่าวแต่วาจาสุจริต
จุ่มที่กระหม่อม แม่ทานจะกล่าวว่า จงคิดแต่สิ่งที่ดี
จุ่มที่มือ แม่ทานจะกล่าวว่า จงกระทำให้มั่งมีด้วยผลบุญ
จุ่มที่เท้า แม่ทานจะกล่าวว่า ตีนอย่าเที่ยววิ่งวุ่นให้เสียการ
จุ่มที่อวัยวะสืบพันธุ์ แม่ทานจะกล่าวว่า อย่ามีสันดานสืบพันธุ์ให้เสียตระกูล
การอาบน้ำทารกแรกเกิดจะใช้น้ำอุ่นใส่เกลือลงเล็กน้อย อาบน้ำเสร็จใช้ผงขมิ้นผสมดินสอพองบดละลายน้ำถูตัวเด็ก ใช้หัวไพลที่เสกอาคมผูกที่ข้อมือเด็กเป็นการป้องกันผีร้าย แล้วนำเด็กลงเบาะ ให้คนซึ่งเมื่อวัยเด็กเป็นคนว่านอนสอนง่าย ปูเบาะให้ ก่อนลงเบาะต้องเอาเด็กเวียนรอบเบาะแล้วกล่าวว่า “ผีเอาไป พระเอามา” แล้ววางเด็ก ทำอย่างนี้จนครบ 3 ครั้ง ในบางท้องที่จะวางเด็กในกระด้งที่มีผ้านุ่งของแม่ฉีกเป็นผ้าอ้อม ใต้เบาะจะมีสมุด ดินสอ เข็ม วางเอาไว้เพื่อเป็นเคล็ดให้เด็กได้อ่านเขียน และมีความคิดรอบคอบเฉียบแหลม สำหรับรกที่ออกมากับเด็กนั้นแม่ทานจะนำใส่หม้อดินใส่เกลือ ใช้ผ้าขาวห่อปิดผูกด้วยด้ายดิบสีขาวปนแดงแล้วเอาไปฝังบนจอมปลวกและหาสิ่งป้องกันไม่ให้สัตว์ขุดคุ้ยได้
หลังทารกคลอดแล้ว ผู้เป็นแม่จะต้องอยู่ไฟโดยนอนบนแคร่ ใกล้แคร่จะมีก้อนหินทำเป็นเตา ไม้ฟืนที่ใช้ นิยมใช้ไม้พลา ไม้โกงกาง ไม้ส้ม หรือไม้เนื้อแข็งที่ติดไฟได้นาน และมีขี้เถ้าน้อย แม่ทานจะคอยเอาหินก้อนเส้าเผาไฟใช้น้ำราด แล้วเอาผ้าห่อมาวางบนท้องเพื่อให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น มีการบีบ เหยียบ นวด ดัดตัวให้ผู้เป็นแม่ของทารก การเตรียมอาหารให้ผู้อยู่ไฟต้องเป็นของร้อน เช่น หมู ไก่ ตับผัดขิง แกงเลียงหัวปลี หรือของที่เชื่อว่าจะทำให้น้ำนมออกมากๆ และห้ามไม่ให้กินของเย็น เช่น แตงโม น้ำแข็ง เพราะทำให้เลือดลมเดินไม่สะดวก
การอยู่ไฟจะกำหนดให้อยู่ครบวันคี่ เพราะจะทำให้มีลูกห่าง เมื่อครบกำหนดแล้วจะออกไฟ แม่ทานจะทำพิธีโดยเอาน้ำมนต์ประพรม และราดไฟให้ดับสนิท ก้อนเส้าใช้น้ำมนต์ประพรมแล้วห่อผ้านำไปเก็บไว้ หลังจากนั้นก็จะจุดเทียนบูชาครูเก็บเงินที่ตั้งค่าราดไว้ สิ่งของที่เหลืออื่นๆ จะนำไปทิ้งในป่าเรียกว่า “สะบัดราด” แล้วนำแม่ลูกอ่อนไปอาบน้ำให้แม่ลูกอ่อนแต่งตัวด้วยชุดใหม่ สำหรับเด็กเช็ดตัวให้แห้ง ลูบไล้ตัวด้วยขมิ้นบดผสมดินสอพอง แล้วนำลงเปล
ก่อนนำเด็กลงเปล แม่ทานจะบริกรรมคาถาเชิญแม่ซื้อให้อยู่กับเด็ก การปูเปลเด็ก ก็จะใช้ผู้ใหญ่ที่เคยเป็นเด็กซึ่งเลี้ยงง่ายไม่ดื้อ ไม่กวน มาช่วยปูให้เพราะเชื่อว่าเด็กจะมีนิสัยเหมือนคนปูเปล ในขณะเดียวกันจะมีพิธีขึ้นเปลโดยจัดสำรับประกอบด้วย ขนมโค ขนมแดง ขนมขาว ข้าวเหนียว หมาก พลู เซ่นบูชาแม่เปล ตอนอุ้มเด็กลงเปลแม่ทานจะกล่าวว่า “พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา” แล้ววางทารกลงเปลให้นอนหงายหันศีรษะไปทางทิศตะวันออกหรือทิศใต้ แล้วขับกล่อมด้วยเพลงกล่อมเด็ก หรือเพลงร้องเรือ เพลงร้องเรือเป็นเพลงใช้กล่อมเด็กที่มีมาเมื่อใดไม่มีใครทราบ จุดประสงค์คือต้องการให้เด็กหลับอย่างง่ายดายและหลับสนิท เด็กจะรู้สึกอบอุ่นทั้งกายและจิตใจ แม่หรือผู้เลี้ยงจะร้องเพลงร้องเรือที่มีเนื้อหาสาระหลายอย่าง เช่น เกี่ยวกับความรัก ความอาลัย วรรณคดี ความเชื่อ คำสอน การเสียดสีสังคม อาชีพ และประวัติของสิ่งสำคัญต่างๆ เป็นต้น ตัวอย่าง เพลงร้องเรือ

ฟ้าลั่นเหอ ลั่นมาคึกคึก
พระศรีสุธนไปรบศึก รำลึกถึงนางมโนราห์
กาหนมยอดสร้อย ไม่รักเท่าก้อยเกศา
รำลึกถึงนางมโนราห์ เป็นบ้าวังเวงใจ.....เหอ
เพลงร้องเรือดังกล่าวนี้ ผู้เลี้ยงดูจะขับกล่อมเด็กจนเด็กเลิกนอนเปล ถ้าเป็นดังแต่ก่อน เด็กอาจจะมีอายุ 3-4 ขวบ ตอนเมื่อเด็กมีอายุ 7-8 เดือน หรือ ประมาณ 1 ขวบ ซึ่งเป็นระยะที่เด็กนั่งได้ หรือเริ่มหัดเดิน ถ้าเป็นเด็กผู้หญิง บิดามารดา จะทำหรือหาปิ้ง (ภาษากลางเรียก จะปิ้ง) เป็นเครื่องแขวนสะเอวสำหรับปกปิดอวัยวะเพศของเด็กผู้หญิงที่ยังเปลือยกายเพื่อมิให้ดูน่าเกลียด นิยมทำเป็นรูปคล้ายใบโพ หรือรูปหัวใจ อาจจะทำด้วยกะลามะพร้าว นาก เงิน หรือทอง ทั้งนี้แล้วแต่ฐานะ ส่วนเด็กผู้ชายที่อยู่วัยเดียวกับเด็กผู้หญิงที่สวมปิ้ง ผู้ปกครองนิยมให้แขวนลูกกระพรวนที่สะเอวเป็นเครื่องประดับ และในระยะที่เด็กหัดเดินนี้ บิดามารดาจะทำบอกเวียน เป็นกระบอกไม้ไผ่ครอบลงในหลักไม้ และด้านบนจะใช้ไม้ทำเป็นที่จับเกาะของเด็ก เพื่อให้เด็กจับเกาะแล้วหัดก้าวย่างเดินโดยเดินหมุนอยู่รอบๆ บอกเวียน จนเมื่อเด็กเดินได้ดีแล้วก็เลิกการหัดเดินโดยวิธีนี้
ประเพณีและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเกิดในปัจจุบันได้คลี่คลายไปจากเดิมเป็นอันมาก เพราะความเจริญก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ การคลอดส่วนใหญ่จึงอาศัยทางผดุงครรภ์ หรือแพทย์มากกว่าแม่ทาน การเลี้ยงดูเด็กที่กล่าวมาแล้วยังพอมีปรากฏให้เห็นบ้างก็เฉพาะในชนบทห่างไกลเท่านั้น ในปัจจุบันภาวะของความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมคงทำให้สภาพดังกล่าวเหลืออยู่น้อยหรืออาจหมดสิ้นไปก็ไดในไม่ช้านี้

ประเพณีชาวไทยเชื้อสายจีน
2. ประเพณีวันเชงเม้ง
ประเพณีวันเชงเม้ง คือ พิธีบูชาเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง ประเพณีนี้จะทำกันในเดือนเมษายนส่วนมากจะตรงกับวันที่ 5 เมษายน ในวันนี้ชาวจีนจะไปทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับ ณ สุสานที่ฝังศพบรรพบุรุษของตน
ก่อนถึงวันเชงเม้งจะมีการเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ เช่น สุรา หัวหมู เป็ด ไก่ ขนมต่างๆ ผลไม้ กระดาษเงินกระดาษทอง ธูปเทียน ประทัด สิ่งของจำลองและเครื่องใช้จำลองต่างๆ เพื่อนำไปเผายังสุสานสำหรับอุทิศให้ผู้ล่วงลับนำไปใช้ ในวันเชงเม้งผู้ทำพิธีจะเดินทางไปยังสุสานที่ฝังศพบรรพบุรุษ โดยนำของที่เตรียมไว้จัดวางหน้าฮวงซุ้ยบรรพบุรุษ แล้วทำพิธีจุดธูปเทียน เผากระดาษเงินกระดาษทองนำกระดาษเงินกระดาษทองปูเรียงเป็นแถวรอบหลุมศพ ในบางแห่งจะนำเปลือกหอยแครง ไปโปรยบนหลุม การกราบไหว้บรรพบุรุษใช้เปลือกหอยแครงคว่ำแล้วคุกเข่ากราบไหว้ให้เข่าทั้งสองอยู่บนเปลือกหอยแครง เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอย มีการจุดประทัดเชื้อเชิญให้วิญญาณบรรพบุรุษมารับของเซ่นไหว้
หลังจากทำพิธีเสร็จแล้วญาติพี่น้องจะร่วมรับประทานอาหารกันที่หน้าหลุมศพก็เป็นอันเสร็จพิธีวันเชงเม้งเป็นประเพณีรวมญาติพี่น้องที่แยกบ้านไปทำมาหากินในที่ต่างๆ ให้กลับมาพบปะกัน เช่นเดียวกับวันรับส่งตายายของคนไทย นอกจากจะเป็นวันกตัญญูบรรพบุรุษแล้ว ยังได้ประโยชน์ทางความสัมพันธ์ในหมู่ญาติพี่น้องอีกด้วย

3. ประเพณีวันไหว้พระจันทร์
เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ จะจัดเมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินของชาวจีน
ประวัติศาสตร์ของจีนที่เล่าสืบต่อกันมา เชื่อว่าในสมัยที่ชาวจีนอยู่ใต้อำนาจของพวกมงโกล ถูกพวกมงโกลกดขี่เก็บอาวุธทุกชนิดของชาวจีนไว้หมด แม้แต่มีดทำครัวให้มีใช้ 1 เล่ม ต่อ 3 ครอบครัวชาวจีนจึงออกอุบายต่อสู้มงโกลโดยซุกซ่อนแผนปฏิบัติงานในขนมที่จะไหว้พระจันทร์ในวันเพ็ญเดือน 8 ชาวจีนได้ลุกฮือขึ้นต่อสู้ตามนัดหมายและพร้อมใจกันฆ่าทหารมงโกลจนหมดสิ้น ผลจากการต่อสู้ครั้งนั้นทำให้ชาวจีนรุ่นหลังถือเอาวันเพ็ญเดือนแปดเป็นวันเซ่นไหว้พระจันทร์ เพื่อรำลึกถึงบุญคุณของผู้ที่ปลดปล่อยให้พ้นจากอำนาจของมงโกลในวันเพ็ญเดือนแปดชาวจีนจะตั้งเครื่องเซ่นไหว้โดยเฉพาะขนมสำหรับไหว้เป็นขนมมีไส้และผลไม้ต่างๆ ในท้องถิ่น ธูปเทียน กระดาษเงินกระดาษทอง การทำพิธีจะทำในตอนกลางคืน ชาวไทยเชื้อสายจีนยังคงปฏิบัติประเพณีนี้กันอย่างเหนียวแน่น เช่นเดียวกับวันตรุษจีน

ประเพณีของชาวไทยอิสลาม
4. ประเพณีการโกนผมไฟ
ชาวไทยอิสลามจะกระทำเมื่อเด็กมีอายุได้ 7 วัน ก่อนการโกนผมไฟบิดามารดาจะต้องเตรียมข้าวของต่างๆ ไว้ เช่น แป้ง อินทผลัม น้ำหอม ข้าวเหนียวเหลือง และมะพร้าวอ่อนเปิดปาก และต้องบอกโต๊ะครูหรือผู้อาวุโสให้เป็นผู้นำทำพิธี นอกจากนี้ยังต้องเชิญแขกที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงและผู้ที่เคารพนับถือมาร่วมพิธีด้วย
ในวันทำพิธีจะเริ่มด้วยการเจิมหน้าเด็กด้วยแป้งและน้ำหอม ป้อนอินทผลัมหรือน้ำผึ้งให้เด็ก หลังจากนั้นโต๊ะครูหรือผู้อาวุโสจะเป็นผู้เริ่มโกนผมไฟก่อน พร้อมกับการกล่าวสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า เมื่อโกนผมเสร็จก็นำเด็กขึ้นเปล เมื่อเด็กขึ้นเปลจะมีการกล่อมเด็กเป็นภาษาอาหรับ สุดท้ายขอพรให้เด็กผู้นั้นพบแต่ความสุขความเจริญในชีวิต เป็นอันเสร็จพิธี

5. ประเพณีการแต่งงาน
ชาวไทยมุสลิมเรียกประเพณีนี้ว่าประเพณี “นิกะฮ์” ประเพณีนี้คล้ายคลึงกับการแต่งงานของคนไทย คือ เมื่อผู้ชายและผู้หญิงรักใคร่ชอบพอกัน ก็มีพิธีทาบทามสู่ขอ มีการหมั้นหลังจากนั้นจึงจัดพิธี นิกะฮ์ การนิกะฮ์จะต้องมีข้อบังคับตามหลักศาสนาอิสลาม 5 ประการคือ
- หวันหลี คือ มีผู้ปกครองของฝ่ายหญิง อาจเป็นพ่อหรือบุคคลที่พ่อมอบหมายให้เป็นตัวแทน ถ้าไม่มีพ่อจะต้องเป็นผู้ซึ่งสืบเชื้อสายฝ่ายพ่อที่ใกล้เคียงที่สุด
- สักษี คือ มีสักขีพยานในการแต่งงานสองคน
- คำกล่าวคำรับ คือ คำกล่าวของหวันหลีและคำรับของเจ้าบ่าว
- ตัวเจ้าบ่าว คือ ผู้ชายที่จะทำการสมรส
- ตัวเจ้าสาว คือ ผู้หญิงที่จะทำการสมรสด้วย
พิธีนี้จะเริ่ม เมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาพร้อมกันแล้วหวันหลีจะมอบเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าวด้วยการกล่าวด้วยภาษาอาหรับหรือภาษาไทยต่อหน้าสักขีพยาน 2 คน ก็เป็นอันเสร็จพิธี

6. ประเพณีการถือศีลอด
การถือศีลอดเป็นศาสนกิจที่ระบุไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ที่จำเป็นจะต้องกระทำในเดือน รอมดอน คือเดือนที่ 9 แห่งศักราชอิสลาม ผู้ที่ถือศีลอดจะต้องเป็นมุสลิม ที่มีอายุครบกำหนดตามที่ศาสนาบัญญัติ มีสติสมบูรณ์ไม่วิกลจริต มีร่างกายแข็งแรงสามารถถือศีลได้ตลอดวัน ถ้าเป็นผู้หญิงต้องไม่มีประจำเดือน หรือมีเลือดออกมาจากการคลอดบุตร หรือมีครรภ์ ส่วนเด็กอ่อน คนชรา และคนเดินทางไม่ต้องถือศีลอด แต่เมื่อพ้นภาวะดังกล่าวแล้วจะต้องถือศีลอดเป็นการชดใช้ตามวันที่ขาดไป สำหรับคนชราที่หมดความสามารถจะอดข้าวได้ อาจจะต้องออกอาหารแทนวันละ 1 ทะนาน
การอดมีระยะเวลาตั้งแต่แสงอรุณขึ้นจนกระทั่งพระอาทิตย์ตก เป็นเวลา 29 หรือ 30 วัน การอดต้องอดทั้งอาหาร น้ำ กิเลส ทั้งจะต้องระงับความอยากได้ทั้งกาย วาจา และใจ จึงจะได้กุศลครบถ้วน

7. ประเพณีงานศพ
เมื่อมีผู้ตายในบ้านญาติพี่น้องจะนำศพไปตั้งบนที่ตั้งศพ จัดผ้าคลุมศพให้เรียบร้อย ต่อจากนั้นให้คนในบ้านไปบอกพี่ๆ น้องๆ และญาติที่เคารพนับถือให้ทราบ ชาวอิสลามจะต้องฝั่งศพก่อนครบ 24 ชั่วโมง หลังจากเวลาที่ตาย เมื่อพี่ๆ น้องๆ มาพร้อมกันแล้วจะมีการอาบน้ำศพ การอาบน้ำศพจะต้องทำอย่างแนบเนียน โดยมีหลักว่าถ้าเป็นศพผู้ชาย ผู้ชายจะต้องเป็นผู้อาบน้ำให้ศพ ถ้าเป็นศพผู้หญิง ผู้หญิงจะต้องเป็นผู้อาบน้ำศพ การอาบน้ำศพจะต้องถูสบู่ให้สะอาดแล้วมีรดน้ำด้วยน้ำใบพุทรา น้ำผสมกรบูร แล้วใช้ผ้าซับน้ำที่ตัวศพให้แห้ง หลังจากนั้นใช้ผ้าห่อศพ ศพผู้ชายจะห่อ 3 ชั้น ผู้หญิงห่อ 5 ชั้นการห่อศพจะใส่ไม้จันทร์หอม และสำลีสำหรับซับน้ำเมื่อห่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการละหมาดให้แก่คนตาย การละหมาดคนตายผู้ละหมาดจะอยู่ในลักษณะท่ายืน เมื่อจบละหมาดจะทำพิธีฝังทันที หลุมศพจะขุดให้มีขนาดความยาวเท่ากับโลงศพ ขุดลึกประมาณ 1.50 ม.ยกศพใส่โลงที่เตรียมไว้ แล้วยกใส่หลุม หันศีรษะไปทางทิศเหนือ และหันหน้าศพไปทางทิศตะวันตก ต่อจากนั้นก็กลบดิน แล้วใช้ก้อนหินหรือวัสดุอื่นๆ วางหรือปักเป็นรูปเครื่องหมายไว้ เมื่อฝังเสร็จจะมีการอ่านตะละเก็บให้กับคนตายก็เป็นอันเสร็จพิธี